xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.เรือนจำคลองเปรมรีบตัดตอน เด้ง "สิทธิพร" ผู้คุม ผกก.โจ้ หลังแม่ระบุลูกถูกกลั่นแกล้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พบ ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ตัดตอนย้าย "สิทธิพร" ผู้คุม "ผกก.โจ้" ไปประจําฝ่ายบริหารทั่วไป หลังมีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ย้อนรอยหนังสือร้องเรียนจากมารดา ระบุเคยเรียกญาติไปข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง ไม่งั้นย้ายไปแดนอื่น ขู่ไม่รับรองความปลอดภัย อ้างเป็น "พ่อบ้าน" และลูกน้องคือ "ลูกบ้าน"

วันนี้ (10 มี.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า นายเผด็จ หริ่งรอด ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ออกคำสั่งเรือนจำกลางคลองเปรม ที่ 318/2568 เรื่อง มอบหมายหน้าที่การงานเจ้าพนักงาน ระบุว่า ด้วย ข.ช. (ผู้ต้องขังชาย) ธิติสรรค์ หรือโจ้ อุทธนผล ผู้ต้องขังคดีความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งถูกคุมขังที่ห้องแยกการควบคุม แดน 5 ได้เสียชีวิตลงด้วยการกระทําอัตวินิบาตกรรม ในวันที่ 7 มีนาคม 2568 ซึ่งก่อนที่ ข.ช.ธิติสรรค์ฯ จะเสียชีวิตได้มีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายสิทธิพร แก้วคำบัง ตําแหน่งนักทัณฑวิทยาชํานาญการ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานควบคุมแดน 7 โดยอยู่ระหว่างการสอบสวน ข้อเท็จจริง

ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในข้อ 13 แห่งระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ ของเจ้าพนักงานเรือนจําและการแต่งตั้งผู้ช่วยเหลือกรมราชทัณฑ์ พ.ศ.2561 จึงให้นายสิทธิพร แก้วคำบัง พ้นจากหน้าที่หัวหน้างานควบคุมแดน 7 ฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังแดน 7 ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง ให้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ประจําฝ่ายบริหารทั่วไป ส่วนบริหารทั่วไปและห้ามเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจําเกี่ยวข้องกับ ผู้ต้องขังเพื่อความโปร่งใสและไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม 2567

เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งที่ออกมาดังกล่าวเป็นการตัดตอนความผิดไม่ให้ถึงตัวหรือไม่ เพราะในหนังสือร้องเรียนของ น.ส.จันทา อุทธนผล มารดาของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ร้องเรียนถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เรื่อง “การกลั่นแกล้งและการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ควบคุม” ลงวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามที่รายงานข่าวก่อนหน้านี้ นอกจากจะกล่าวถึงพฤติกรรมของนายสิทธิพร แก้วคําบัง รองหัวหน้าแดน 7 เรือนจํากลางคลองเปรม เจ้าหน้าที่ควบคุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กลั่นแกล้งและใช้ความรุนแรงต่างกรรมต่างวาระแล้ว ยังมีกรณีที่นายเผด็จ หริ่งรอด ที่ปฎิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม เรียกญาติ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว

โดยนายเผด็จข่มขู่ว่า หากมีการดําเนินคดีต่อนายสิทธิพร ในข้อหาทําร้ายร่างกาย จะมีการย้าย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ไปยังเรือนจําอื่น และไม่รับประกันความปลอดภัย โดยอ้างว่าญาติไม่มีสิทธิ์แจ้งความดําเนินคดีใด ๆ กับผู้คุม โดยไม่แจ้งให้ผู้บัญชาการเรือนจําทราบ และยังกล่าวว่า หนังสือมอบอํานาจที่แจ้งความไปนั้นผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่สามารถใช้การได้ หากต้องการดําเนินคดี จําเป็นต้องต่อสู้กันตามกระบวนการ และเขาจะสู้ให้ถึงที่สุด เราจะไม่มีทางได้หลักฐาน หรือ สามารถดําเนินการใดๆเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่น โดยเขาจะปกป้องลูกน้องของเขา เพราะเขาเป็นพ่อบ้าน และนายสิทธิพร คือลูกบ้านของเขา

มารดาของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ตั้งแต่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ถูกคุมขังในเรือนจํา มีการสอบปากคําในหลายคดี และมีการทําหนังสือมอบอำนาจหลายฉบับ ซึ่งหนังสือมอบอํานาจดังกล่าวสามารถนําไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีตราประทับรับรองจากเรือนจํา และเอกสารใบมอบอํานาจที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้ทําให้กับทนายไปดําเนินการในเรื่องถูกทําร้ายร่างกายโดยนายสิทธิพร จึงถูก นายเผด็จ หริ่งรอด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม อ้างว่า หนังสือมอบอํานาจของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถใช้ดําเนินการแจ้งความได้?

ขณะเดียวกัน เหตุใด นายเผด็จ จึงขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน โดยยื้อเวลาและแกล้งส่งหนังสือกลับไปตรวจสอบเอกสาร ทั้งที่สามารถตรวจสอบเอกสารได้จากตราประทับของเรือนจําโดยตรง และไม่จําเป็นต้องใช้ระยะเวลานานขนาดนั้นเพื่อตรวจสอบ อีกทั้งการตรวจสอบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น และไม่มีความจําเป็นใดๆ ที่จะต้องทําอีกด้วย เนื่องจากการแจ้งความและการมอบอํานาจเป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน

เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า นายเผด็จ ผู้บัญชาการเรือนจําคลองเปรม มีเจตนาขัดขวางสิทธิ์ในการแจ้งความของผู้ต้องขัง และสนับสนุนการกระทําของผู้คุมที่มีพฤติกรรมรุนแรง ทั้งที่ทราบดีว่า นายสิทธิพร มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการทําร้ายร่างกายผู้ต้องขัง การเพิกเฉยต่อการสูบบุหรี่ของนักโทษในเรือนจํา หรือการค้ายาเส้นที่อาจเป็นขบวนการ รวมถึงการสนับสนุนให้นักโทษสูบบุหรี่ ขณะที่ญาติถูกเรียกไปคุยนายเผด็จ ยังได้พูดกับญาติอีกว่า ตอนนี้ได้ทราบว่ามีบุคคลได้ยัดยาเส้นเข้าไปทางทวารหนักและนําไปขายในเรือนจํา กิโลกรัมละ 80,000 บาท

โดยญาติของนายธิติสรรค์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกทําร้ายร่างกายและรายระเอียดการถูกรังแกไปที่เรือนจําคลองเปรม ตั้งแต่ วันที่ 16 ม.ค. 2568 และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ได้ไปติดตามเอกสาร แต่พบว่าเอกสารกลับหายไปทางผู้บัญชาการในขณะนั้นไม่ได้รับหนังสือ ทั้งที่มีตราประทับรับเอกสารจากห้องธุรการเรียบร้อยแล้ว เมื่อพบว่าเอกสารสูญหาย ญาติได้ส่งหนังสือร้องเรียนฉบับใหม่ให้กับเลขานุการของผู้บัญชาการเรือนจําใน ขณะนั้น คือ นายสมบูรณ์ ศิลา และต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการเรือนจําเป็น นายเผด็จ หริ่งรอด ได้มีการส่งเอกสารใหม่อีกครั้งเมื่อ วันที่ 20 ก.พ. 2568 จึงเป็นอันเข้าใจได้ว่าผู้บัญชาการทั้งสองคนจะต้องทราบถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนายสิทธิพรอย่างแน่นอน แต่กลับเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และยังข่มขู่ ขัดขวาง กดดัน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ รวมถึงญาติของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อีกด้วย

อ่านประกอบ : เผยหนังสือร้องเรียน "แม่ ผกก.โจ้" ระบุผู้คุมคลองเปรมกลั่นแกล้ง-ชกต่อย ผบ.เรือนจำขู่ไม่รับรองความปลอดภัย