ผบ.ตร.กำชับดูแลการชุมนุมกลุ่ม นปผ. เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ยึดกรอบกฎหมาย เน้นความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขณะที่โฆษก ตร. ย้ำผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย 9 ข้อ ใช้สิทธิโดยสงบ เคารพสิทธิผู้อื่น บช.น.ประกาศปิด 4 เส้นทางจราจรรอบทไเนียบฯ ตั้งแต่ 8 พ.ย.เป็นต้นไป
วันนี้ (8 พ.ย. ) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำโดย นายมะโน เครือแก้ว หรือ “กำนันมะโน” กำนันตำบลกระบี่น้อย จ.กระบี่ และกลุ่มแนวร่วม เตรียมเคลื่อนขบวนไปจัดกิจกรรมบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เตรียมมาตรการดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล และหลักยุทธวิธี โดยดำเนินการตามขั้นตอนและใช้มาตรการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ได้สัดส่วน และเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พร้อมเน้นย้ำให้ดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
โฆษก ตร. ระบุว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่ห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เวลา 24.00 น. เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและให้การจัดการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการห้ามชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมต้องใช้สิทธิภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ส่วนมาตรการด้านการจราจร ได้ประกาศปิดการจราจรถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกพณิชยการถึงแยกสวนมิสกวัน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป รวมถึงปิดการจราจรบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐถึงแยกสวนมิสกวัน ถนนนครปฐมบริเวณหน้าโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ซอยลิขิต และถนนพระรามที่ 5 ตั้งแต่หน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ถึงสะพานอรทัย
จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาปรับมาตรการจราจรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
นอกจากนี้ โฆษก ตร. ยังฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เพื่อให้การใช้สิทธิเสรีภาพเป็นไปโดยสงบเรียบร้อย โดยมีข้อควรปฏิบัติ 9 ข้อ ได้แก่
1. ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่ใช้สถานที่สาธารณะ รวมถึงไม่กระทำการที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน
2. ไม่ปิดบังหรืออำพรางใบหน้าโดยเจตนาเพื่อไม่ให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่เป็นการแต่งกายตามปกติประเพณี
3. ไม่พกพาอาวุธ ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน หรือสิ่งที่อาจนำมาใช้เป็นอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุม
4. ไม่บุกรุก ทำให้เสียหาย หรือทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น รวมถึงกระทำการใด ๆ ให้ทรัพย์สินไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
5. ไม่กระทำการที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือเสรีภาพ
6. ไม่ใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือบุคคลอื่น
7. ไม่ขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ
8. ไม่เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมในช่วงเวลา 18.00–06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ
9. ปฏิบัติตามเงื่อนไขและคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวย้ำว่า ขอให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น และร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจรได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 ส่วนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

