xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งจี้นายกฯ ตั้งกรรมการชาติแก้มลพิษ 7 ด้าน นัดชาวปราจีนฯ เจอกัน 15 พ.ย. ค้าน EEC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปราจีนบุรี – เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติสะสางวิกฤตมลพิษ 7 ด้าน หลังชาวบ้านร้องเรียนไร้ความคืบหน้า พร้อมประกาศนัดชาวปราจีนบุรีรวมพลัง 15 พ.ย. นี้ หน้า อบจ.ปราจีนบุรี เปิดเวทีคัดค้าน EEC เวทีสุดท้ายของจังหวัด

นายสุนทร คมคาย ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เผยว่าที่ผ่านมา เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เดินทางยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขวิกฤตมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี หลังพบปัญหาการแพร่กระจายมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ จะพยายามร้องเรียนหน่วยงานในพื้นที่หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน

สาระสำคัญของหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้ง “คณะกรรมการระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี” โดยบูรณาการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน และตัวแทนประชาชน เข้าร่วมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน

เนื่องจากเครือข่ายฯ มองว่าคณะทำงานระดับจังหวัดที่มีอยู่ยังขาดแผนจัดการที่ครอบคลุม และไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือสถานการณ์เร่งด่วน จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแลและประสานการทำงานในระดับประเทศ

สำหรับปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานประกอบการอุตสาหกรรมกระจายอยู่จำนวนมาก ทั้งบริเวณต้นน้ำ พื้นที่แก้มลิง และพื้นที่ตามผังเมืองประเภทต่าง ๆ โดยมีทั้งสถานประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและสถานประกอบการที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย

ภายหลังน้ำท่วม เครือข่ายฯ ระบุว่าพบคราบน้ำสีรุ้งคล้ายน้ำมัน แหล่งน้ำบางแห่งมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงมีสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางส่วนตรวจพบระดับโลหะหนักในเลือดสูงและมีอาการเจ็บป่วย สร้างความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพย์สิน และสุขภาพของประชาชน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและติดตามอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนให้คณะกรรมการระดับชาติดำเนินการ ได้แก่ 1. ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและพื้นที่ปนเปื้อน อย่างเร่งด่วน โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม 2. ตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งดิน น้ำ ตะกอนดิน และสิ่งมีชีวิตในพื้นที่เสี่ยง 3. ตรวจสอบการปนเปื้อนในพืชผักและแหล่งอาหาร พร้อมเปิดเผยผลตรวจและกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

4. ตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง แจ้งผลตรวจเป็นรายบุคคล และจัดทำแผนติดตามกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ 5. เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง 6. จัดทำแผนแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักวิชาการมีส่วนร่วมติดตามตรวจสอบ 7. สั่งปิดโรงงานหรือระงับเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหาย พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งภาคเอกชนและภาครัฐตามกฎหมาย

ช่วงท้ายหนังสือ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีและภาคตะวันออก โดยย้ำว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศต้องไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง และไม่ควรแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่เกษตรกรรม สิทธิชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนเพียงบางส่วน

พร้อมกันนี้ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยังส่งเสียงเชิญชวนประชาชนชาวปราจีนบุรีร่วมจับตาและแสดงพลังในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ณ หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ในเวทีคัดค้าน EEC ครั้งสุดท้ายของจังหวัด ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหามลพิษและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของคนในพื้นที่