ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ(4พ.ย.) ยังคงปกป้อง พีท เฮกเซธ รัฐมนตีกลาโหม หนึ่งวันหลังจากพรรคเดโมแครตชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอม ยึดการควบคุมทั้ง 2 สภาในสภาคองเกรส ซึ่งสะท้อนความโกรธเคืองของประชาชนที่มีต่อสงครามอิหร่าน ความเคลื่อนไหวของ ทรัมป์ มีขึ้นหลังมีข่าวว่าบรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์ อาจเริ่มกระบวนการถอดถอน เฮกเซธ บุคคลที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งในความปราชัยของพวกเขา
เมื่อถูกถามว่า เขากำลังพิจารณาหาคนมาทำหน้าที่แทน เฮกเซธ หรือไม่ แม้เขาเคยยกย่องรัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ว่าเป็น "วีรบุรุษสงคราม" ในเรื่องนี้ ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า "ไม่ ผมคิดว่าเขาทำหน้าที่ได้ดีมากๆ
ท่าทีดังกล่าวตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับครั้งที่ จอร์จ บุช ประธานาธิบดี ณ ขณะนั้น ตัดสินใจปลด โดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง หนึ่งวันหลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมปี 2006 โดยคราวนั้นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับสงครามอิรัก และส่งให้พรรคเดโมแครตควบคุมเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา
แม้ส่งเสียงสนับสนุน แต่สื่อมวลชนสหรัฐฯบางแห่ง ตั้งข้อสังเกตว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ ทรัมป์ จะเปลี่ยนตัว เฮกเซธ ในขณะที่พรรครีพับลิกันอยู่ระหว่างประเมินความพ่ายแพ้
ความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนตัว เฮกเซธ มีขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นที่ระบุเมื่อวันพุธ(4พ.ย.) ว่าสมาชิกรีพับลิกันอาจเริ่มกระบวนการถอดถอน พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม อย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า โดยพวกเขาตั้งใจที่จะให้รัฐมนตรีรายนี้รับผิดชอบต่อการผลักดันอย่างแข็งขันให้สหรัฐฯเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม
ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวสมาชิกสภาคองเกรสจากรีพับลิกันหลายคน ระบุว่า "ภายในพรรครีพับลิกันเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อกรณีที่ว่ารัฐมนตรีเฮกเซธ ยังคงผลักดันให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งที่โอกาสที่อิหร่านจะยอมจำนนนั้นมีน้อยมาก และมันคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคประสบความพ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างยับเยิน"
รายงานของซีเอ็นเอ็นอ้างคำพูดของสมาชิกสภาคองเกรสรีพับลิกัน กล่าวต่อว่า "สงครามยืดเยื้อกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องติดพันอยู่ในตะวันออกกลางเป็นเวลานาน และทำให้วิกฤตการณ์ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนเลวร้ายลงไปอีก เป็นสาเหตุให้บรรดาผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งหันหลังให้กับพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งกลางเทอม"
นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทางรัฐมนตรีเฮกเซธ เป็นแกนนำในความพยายามส่งเสริมและเน้นย้ำถึงความสำเร็จต่างๆของสงคราม ทั้งในประเทศและต่างแดน นอกจากนี้เขายังวิพากษ์วิจารณ์บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตและสื่อมวลชนทั้งหลาย ที่ส่งเสียงคัดค้านสงคราม
สำหรับตอนนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการหาคนมาทำหน้าที่แทน เฮกเซธ แต่ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ทรัมป์และบรรดาผู้ช่วยของเขา กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะปลด เฮกเซธ ออกจากตำแหน่ง
ซีบีเอสนิวส์รายงานว่าบรรดาสมาชิกรีพับลิกันบางส่วนถึงขั้นหารือกันเกี่ยวกับว่าที่ผู้สืบสอดตำแหน่งของ เฮกเซธแล้ว ในนั้นรวมถึง รอน เดซานซิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา พร้อมระบุว่า "ข้อเสนอหนึ่งคือให้เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐของเขาสิ้นสุดลงในวันที่ 5 มกราคมปีหน้า"
นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวอ้างด้วยว่า พล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ หรือไม่ก็ พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ อาจถูกไล่ออกจากตำแหน่งแทน เฮกเซธ โดยหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังมองหาคนที่จะรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่ย่ำแย่ของพรรครีพับลิกัน และผลก็คือ เป็นปได้ที่ เฮกเซธ จะถูกไล่ออก" อย่างไรก็ตาม "ประธานเคนหรือผู้บัญชาการคูเปอร์ อาจเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้มากกว่า"
(ที่มา:รอยเตอร์ส/ซีเอ็นเอ็น)

