ดีเอสไอทำงานสองมาตรฐาน คดี 'Forex - Shuffle' 'รุทธพล' แจงไม่ใช้ความรู้สึกทำงาน
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เท่าเทียมในการดำเนินคดีระหว่างคดี Forex กับคดีเว็บพนัน Shuffle.com ซึ่งมีชื่อของนายไท่หยาง ซาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมองว่าทั้งสองคดียังมีความแตกต่างด้านความรวดเร็วในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ทุกคดีใช้มาตรฐานเดียวกัน ขณะที่กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า ดีเอสไอกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน ผู้เล่นพนัน และความเชื่อมโยงของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
นายภาวุธให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี Forex ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยระบุว่าจะส่งหนังสือเพื่อขอส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยเข้าใจว่าอัยการน่าจะส่งเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้เรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ทำให้ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ และตนยังคงรอความคืบหน้าอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดี Forex กับคดีของ น.ส.สุชาดา มีลักษณะสองมาตรฐาน หลังล่าสุดกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่าอาจมีการยึดทรัพย์ ส.ส.รายดังกล่าวและสามี นายภาวุธ กล่าวว่า ยังมองว่าเป็นสองมาตรฐาน เนื่องจากคดีของอีกฝ่ายยังอยู่เพียงชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และยังไม่เห็นความคืบหน้าในขั้นตอนอื่นอย่างชัดเจน ดังนั้น อยากฝากโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกคดี โดยเฉพาะคดีนี้ซึ่งเป็นที่จับตาของประชาชน และเริ่มมีความชัดเจนถึงความไม่เท่าเทียมกัน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นที่ครหาได้
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการทำงานว่า พนักงานสืบสวนดีเอสไอ ได้มีการสอบปากคำนายไท่หยาง ซาง สามีของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โดยการทำงานต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน จะไปเอาความรู้สึกว่าต้องเกี่ยวข้องเลยก็คงไม่ใช่ และก็ต้องดูว่าบริษัทที่เกี่ยวกับ Shuffle มีการตั้งบริษัทแบบไหน และมีกี่บริษัทเกี่ยวข้อง หรือมีการถือหุ้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง คงต้องไล่จากข้อมูลในส่วนนี้
สำหรับการดำเนินการยึดทรัพย์นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า หากมีเอกสารและพยานหลักฐานยืนยันเพียงพอ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเป็นเหตุผลที่ดีเอสไอได้เชิญนายศิริโชค โสภา และนายรังสิมันต์ โรม เข้าให้ถ้อยคำ เนื่องจากเชื่อว่าทั้งสองคนมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ

