สมช.ประชุมด่วน ดึงหน่วยงานมั่นคง-เหล่าทัพ-ภาควิชาการ ร่วมประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง ลุยทำรายละเอียดแผนรับมือภัยไซเบอร์และผลกระทบต่อไทย
วันที่ 4 พ.ย.พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นประธานจัดการประชุมร่วมกับส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และพิจารณาเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย ทั้งด้านความมั่นคงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมีหน่วยงานความมั่นคง กรมการปกครองกระทรวงการต่างประเทศเหล่าทัพรวมถึง นักวิชาการ เข้าร่วมการประชุม อาทิ นายหทัย ชุณหปราณ ที่ปรึกษาสำนักข่าวกองแห่งชาติ พล.ต.สุทัศน์ ยุทธภีมผล ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการและการข่าว สำนักนโยบายและแผนกลาโหม นายวรวุฒิ สมุทรกลิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนเหล่าทัพ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายธัชชะ จุลขาด อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล น.ส.ลลิดา หาญวงษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวในการประชุมหารือประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า เดิมนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง จึงอนุมัติให้ใช้สถานที่แห่งนี้จัดประชุม แต่เห็นว่าการหารือครั้งนี้เป็นการลงรายละเอียดแนวทางปฏิบัติภายใต้แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ จึงให้ฝ่ายปฏิบัติหารือกันก่อน เพื่อไม่ให้วงประชุมใหญ่เกินไป โดยเมื่อจัดทำแนวทางได้สมบูรณ์หรือใกล้สมบูรณ์แล้ว จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี และอาจเชิญผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้ารับฟังอีกครั้ง
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า สถานการณ์โลกปัจจุบันมีความผันผวนและไม่แน่นอนในทุกภูมิภาค แม้ สมช.จะมีแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติอยู่แล้ว แต่รายละเอียดการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานยังมีกรอบกว้าง จึงจัดทำแนวทางเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นกรณีศึกษา ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับภูมิภาคอื่นได้ด้วย
ทั้งนี้ สมช.ได้กำหนดฉากทัศน์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในระยะต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มและเตรียมมาตรการรองรับแต่ละสถานการณ์ พร้อมเชิญนักวิชาการมาร่วมระดมความคิดเห็นและให้ข้อสังเกต ก่อนนำข้อมูลไปจัดทำรายละเอียดแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอาจเชิญนักวิชาการร่วมพิจารณาความเหมาะสมและข้อเสนอเพิ่มเติมในขั้นตอนต่อไป
สำหรับวาระสำคัญของการประชุม เป็นการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยผู้แทนกองประเมินภัยคุกคามจะนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์พัฒนาการของสถานการณ์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ตลอดจนประเมินภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดรับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากภาควิชาการ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดแนวทางป้องกันและบริหารจัดการวิกฤตการณ์ รวมถึงเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะต่อไป

