xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านไม่เอาเหมืองโปแตชยื่นหนังสือนายกฯ ก่อนประชุม ครม.สัญจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานีคึกคัก! นายกฯ ถึงศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ เยี่ยมชมบูธก่อนประชุม ครม.สัญจร ขณะที่หลายกลุ่มรวมตัวชูป้ายค้านเหมืองโปแตช-โรงไฟฟ้าชีวมวล-ทุนเหล้าเบียร์ ยื่นหนังสือจี้รัฐบาลแก้ปัญหา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ จังหวัดอุดรธานี ช่วงเช้าวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากเข้าประจำพื้นที่ พร้อมจัดระเบียบการเข้า-ออกศูนย์ประชุมอย่างเป็นระบบ

ตั้งแต่เวลา 08.00 น. คณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเริ่มทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงในเวลา 08.33 น. จากนั้นได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่นำผลงานและโครงการสำคัญมาจัดแสดง เพื่อนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานและศักยภาพของพื้นที่ ก่อนเข้าร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดเริ่มประชุมในเวลา 09.00 น.




ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานี พบว่ามีหลายเครือข่ายเดินทางมารวมตัวแสดงจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยกลุ่มไม่เอาเหมืองแร่โปแตชรวมตัวชุมนุมคัดค้านการเปิดเหมืองแร่ พร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลและแนวทางการแก้ไขปัญหา เรียกร้องให้ทบทวนการอนุญาตให้ดำเนินกิจการเหมืองแร่ เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มชาวบ้านจากพื้นที่ อบต.เชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล เดินทางมาชุมนุมพร้อมชูป้ายแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการ และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน


ขณะเดียวกัน กลุ่มคัดค้านทุนธุรกิจเหล้าและบุหรี่ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อติดตามความคืบหน้าและเสนอข้อเรียกร้องในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยมีตัวแทนรัฐบาลเดินทางมารับหนังสือ เพื่อนำข้อเสนอไปเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนบริเวณศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ กลุ่มไม่เอาเหมืองแร่โปแตชยังได้ขับรถผ่านพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด


ทั้งนี้ การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ นอกจากเป็นเวทีขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ประชาชนและเครือข่ายภาคประชาชนจะสะท้อนปัญหาและยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล โดยต้องจับตาว่ารัฐบาลจะมีท่าทีและแนวทางดำเนินการต่อข้อเรียกร้องของแต่ละกลุ่มอย่างไรต่อไป