เพื่อไทยสยบข่าวลือดีลลับนิรโทษกรรมทักษิณ ยืนยันไม่มีการแลกเสียงโหวตซักฟอก ลั่นความสัมพันธ์พรรคร่วมยังแน่นแฟ้น มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา
กระแสข่าวดีลลับนิรโทษกรรมแลกเสียงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตา ภายหลังมีความเคลื่อนไหวกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอรับสิทธินิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการทำดีลลับหรือข้อตกลงแลกเปลี่ยนเสียงโหวต พร้อมยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันได้ตามปกติ
นายจุลพันธ์ ระบุว่า ไม่มีดีลทั้งในที่ลับและที่แจ้ง โดยข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยเป็นการร่วมรัฐบาลและทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติม โดยรัฐบาลมีพรรคหลักอยู่ 2 พรรค และไม่มีความหวั่นไหวต่อกระแสข่าวดังกล่าว โดยตนเองและนายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดคุยกันในประเด็นนี้ แต่หารือกันเฉพาะเรื่องการทำงานเท่านั้น
ส่วนกรณีนายทักษิณยื่นขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เพื่อพิจารณาการนิรโทษกรรม นายจุลพันธ์มองว่าเป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหาร ส่วนจะเข้าข่ายได้รับสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะพิจารณาวินิจฉัย โดยรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ดังนั้น ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้นและไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ มั่นใจว่า ครม. สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นเพราะรับรู้ความเคลื่อนไหวร่วมกันมาตลอด และตามมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลก็แทบจะเดาทิศทางการลงมติได้อยู่แล้ว ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลชุดนี้เต็มเปี่ยม
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นว่า กฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านสภาฯไปนั้นมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่า ตั้งใจที่จะนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองเพื่อนำมาสู่ความสงบสุข ดังนั้น ตนจึงยังมองไม่เห็นว่าเหตุใด กรณีของนายทักษิณนั้นจึงเข้าข่ายเกณฑ์นี้ แต่ทั้งหมดนี้ก็จะอยู่ที่การตัดสินของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่คณะกรรมการฯ ก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จะวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องมีคำตอบในเชิงของกฎหมาย ถ้ากรรมการทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ กรรมการก็จะมีปัญหาเอง

