มีการจัดชุมนุมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ทางการไทยยุติการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มชาบัด ในประเทศ และจัดการกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดำเนินการโดยชาวต่างชาติ รวมถึงองค์กรที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล ตามรายงานของเยรูซาเลมโพสต์เมื่อวันอาทิตย์(1พ.ย.)
รายงานของเยรูซาเลมโพสต์ระบุว่าการชุมนุมครั้งนี้ มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากไทยถอนสัญชาติผู้นำขบวนการชาบัดในประเทศไทย "แรบไบ โยเซฟ ชาอิม คันเทอร์" ต่อกรณีที่เดินทางไปต่างแดนโดยใช้พาสปอร์ตอเมริกา ทั้งนี้กฎหมายไทยกำหนดให้เพิกถอนสัญชาติของผู้ที่ได้รับสัญชาติไทย หากบุคคลนั้นยังคงใช้หนังสือเดินทางฉบับเดิมของตนอยู่
เยรูซาเลมโพสต์ รายงานต่อว่าไทยกำลังตรวจสอบบริษัท 19 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับ คันเทอร์ สำหรับความเป็นไปได้ของการกระทำผิดใดๆ และถ้าพบว่ามีการทำผิด รัฐบาลอาจบังคับให้ขายทรัพย์สินเหล่านั้น
ในรายงานของเยรูซาเลมโพสต์ระบุ กลุ่มผู้จัดการประท้วงกล่าวหา การลงทุนจากต่างชาติที่ไม่โปร่งใส ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย กำลังคุกคามเศรษฐกิจในท้องถิ่น
"ภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆอีกหลายแห่งในขณะนี้ ให้ความรู้สึกราวกับว่าอธิปไตยของพวกเขาได้ถูกยึดไปแล้ว" เยรูซาเลมโพสต์ อ้างรายงานของไทยพีบีเอส ที่อ้างคำปราศรัยของทนายนกเขาที่กล่าวกับฝูงชน "กลุ่มทุนต่างชาติสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจ แต่คนไทยซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นดินโดยชอบธรรม กลับต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสในการทำงาน"
องค์กรท้องถิ่น 20 แห่ง นำโดยกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต มารวมตัวกันภายใต้สโลแกน "รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย" เยรูซาเลมโพสต์รายงาน พร้อมระบุว่าในวิดีโอที่โพต์บนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นผู้เข้าร่วมจำนวนหลายสิบคนนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกในการประท้วงที่จัดขึ้นริมชายหาด ไม่มีการจับกุมหรือรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ความวุ่นวาย
การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการสอบสวนในวงกว้างที่มุ่งเป้าไปยังบริษัท การถือครองทรัพย์สิน และธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาบัดในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นที่ตั้งหลายแห่งในเดือนนี้ แต่ยังไม่มีการแถลงกรณีพบความทางอาญาใดๆ
รายงานของเยรูซาเลมโพสต์ปิดท้ายว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไทยได้เล็งเป้าไปที่ธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ท่ามกลางกระแสต่อต้านและข้อร้องเรียนจากคนในท้องถิ่นที่มีต่อชาวอิสราเอล เพิ่มมากขึ้น
(ที่มา:เยรูซาเลมโพสต์)

