เรื่องโซลาร์เซลล์ของรัฐบาลอนุทิน นี่ ต้องบอกว่า ยิ่งตามดูก็ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า โครงการนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนเท่านั้น แต่มีงบประมาณอีกหลายก้อนตามมาเป็นขบวน
เรียกว่าเก็บรายละเอียดกันทุกเม็ดจริงๆ
ลองย้อนกลับไปดูมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา รัฐบาลเห็นชอบโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 4 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท
ก้อนแรก โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 50,000 ล้านบาท ที่จะอุดหนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน
ก้อนที่สอง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ อีก 10,785 ล้านบาท
ก้อนที่สาม พัฒนาระบบสมาร์ตมิเตอร์ อีก 10,811 ล้านบาท
และก้อนที่สี่ ที่กำลังเป็นประเด็นในตอนนี้ คือ โครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ วงเงิน 972.213 ล้านบาท หรือ เกือบหนึ่งพันล้านบาท
ฟังดูเผินๆ ก็เป็นเรื่องดี เพราะถ้าประเทศจะส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ ก็ต้องมีช่างที่มีความรู้ความสามารถมารองรับ
แต่คำถามคือ มันมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณกันขนาดนี้ จริงหรือเปล่า?!
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ซึ่งเป็นรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือเสนอความเห็นทักท้วงโครงการของกระทรวงแรงงาน เอาไว้หลายประเด็น
โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม และจัดซื้อครุภัณฑ์ ซึ่งกำหนดงบประมาณไว้จังหวัดละ 5 ล้านบาท ครบทั้ง 77 จังหวัด
คิดง่ายๆ คือ ถ้าจะฝึกอบรมช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ ก็ต้องจัดเตรียมตั้งศูนย์ และซื้ออุปกรณ์กันทั่วประเทศ
วิธีนี้ถือว่าเป็นการใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น เพราะแต่ละจังหวัดไม่จำเป็นต้องมีศูนย์ฝึกอบรมของตัวเองก็ได้
แค่ตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาค ให้จังหวัดใกล้เคียงกันสัก 3–4 จังหวัด มาใช้ร่วมกัน หรือไม่ก็ใช้สถานที่ และเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่างเช่น ศูนย์ฝึกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง สถาบันอาชีวศึกษา รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยและ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
แทนที่จะไปลงทุนสร้างใหม่ทั้งหมด
แต่ข้อทักท้วงไม่ได้มีแค่นี้นะ... “ยศชนัน” ยังตั้งคำถามว่า เป้าหมายการฝึกอบรม 32,000 คน มีที่มาที่ไปอย่างไร มีความต้องการช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์จริงๆ เท่าไหร่
อบรมแล้วจะมีงานทำหรือไม่ จะสร้างรายได้ให้แรงงานได้จริงหรือเปล่า และจะวัดผลอย่างไรว่า คนที่ผ่านการอบรมสามารถติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
รวมถึงเสนอให้ทดลองทำในพื้นที่นำร่องก่อน เมื่อพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า และมีความต้องการจริง ค่อยขยายไปทั่วประเทศ
ข้อเสนอเหล่านี้ เป็นคำถามที่รัฐบาลควรตอบให้เคลียร์ เพราะนี่ไม่ใช่เงินเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นเงินกู้ ที่รัฐบาลจะนำมาใช้ดำเนินโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
คราวนี้ลองมองภาพรวมกันอีกครั้ง
โครงการโซลาร์ล้านหลัง มีเงินอุดหนุนประชาชน 50,000 ล้านบาท ยังมีงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกหมื่นกว่าล้าน งบสมาร์ตมิเตอร์ อีกหมื่นกว่าล้าน และยังมีงบฝึกอบรมช่างอีกเกือบพันล้าน
คำถามก็คือ ทุกก้อนที่รัฐบาลจัดสรรออกไปนั้น ผ่านการประเมินความจำเป็น และความคุ้มค่าอย่างรอบคอบแล้วหรือยัง?
โดยเฉพาะโครงการฝึกอบรมช่างนี่แหละ ถ้ามีศูนย์ฝึกอบรมเดิมอยู่แล้ว ทำไมไม่ใช้ของเดิมให้เต็มประสิทธิภาพก่อน ทำไมต้องลงทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ กระจายไปถึง 77 จังหวัด
แล้วถ้าอบรมไปแล้ว 32,000 คน แต่ไม่มีงานรองรับ จะกลายเป็นการใช้งบประมาณเกือบพันล้าน เพื่อผลิตคนที่ไม่มีงานทำหรือไม่ ?
ไม่ได้บอกว่าโครงการฝึกอบรมช่างไม่จำเป็นนะ ตรงกันข้าม ประเทศกำลังจะส่งเสริมโซลาร์เซลล์ ก็ต้องมีบุคลากรที่มีทักษะจริง
แต่สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือ การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เห็นโครงการอะไรเกิดขึ้น ก็จัดงบประมาณลงไปทุกพื้นที่ โดยไม่ตอบให้ได้ก่อนว่าจำเป็นแค่ไหน
เพราะเงินที่ใช้ ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่เป็นเงินที่ประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบ!

