ตาก - แฉชัด..เครือข่ายสแกมเมอร์เมียวดี ยังไม่สิ้นเชื้อ!ทั้งผุดฐานแทนชเวโก๊กโก่-เคเคปาร์ค ปักหลักพื้นที่ใหม่ห่างชายแดนแม่สอดเพิ่ม และดอยแดง ตรงข้ามพบพระ-ล่อ/จับเหยื่อสารพัดสัญชาติ ส่งผ่าน ทล.12 ข้ามแดนแทบไม่เว้นวัน
แม้ทางการจีนและเมียนมา จะปราบปรามฐานที่มั่นของขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ ที่ชเวโก๊กโก่และเคเคปาร์ค จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม จ.ตาก อย่างหนัก รวมทั้งไทยใช้มาตรการ 3 ตัด ตัดทั้งสัญญาณเน็ต-ไฟ-น้ำมันเชื้อเพลิง ข้ามแดน ตลอดระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา
แต่เครือข่ายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ขบวนการสแกมเมอร์ ยังคงล่อลวงเหยื่อชาวต่างชาติ – จับคนจีน ที่เข้ามาในประเทศไทยแล้วจ้างกลุ่มอาชญากรรมในประเทศขนจากจุดต่างๆ ของประเทศไปยัง จ.เมียวดี อยู่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำแทบทุกวันอย่างอุกอาจ
ยกเว้นบางกรณีที่เหยื่อพยายามหลบหนีลงระหว่างทางหรือถูกเจ้าหน้าที่ไทยตรวจพบก่อนจะไปถึงปลายทาง เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่ท้อ ที่ประจำจุดตรวจได้สกัดจับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา ทะเบียน กต.7110 ตาก ซึ่งขับขี่ด้วยความเร็วสูง มาตามถนนหมายเลข1108 ท่าเล่ย์-นาโบสถ์ เมื่อพบด่านตรวจได้หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมได้ที่เส้นทางสาธารณะในหมู่บ้านลานสาง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 69 ที่ผ่านมา
และเมื่อตรวจสอบในรถยนต์คันดังกล่าวพบชายฉกรรจ์ชาวไทยคนบ้านตาก 4 รายในรถ และชาวจีน 3 คน ถูกใส่กุญแจมือ มีเทปปิดปาก ล็อกกุญแจมือ-มัดเท้า จึงให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับควบคุมตัวดำเนินคดีชาวไทยทั้งหมด 4 คน
กลางดึก(23 ส.ค.) เมื่อชายไทย 4 คน ก่อเหตุอุ้มหญิงสาวชาวจีน-มัดมือด้วยสายเคเบิลไท นำตัวขึ้นรถยนต์เก๋งนิสสัน เทียน่า สีดำ ทะเบียน ฎฉ 578 กรุงเทพมหานคร มาจากโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อบังคับพาตัวข้ามไปยังอำเภอแม่สอด จ.ตาก
แต่ระหว่างทางผู้ต้องหาได้ทิ้งเหยื่อลงจากรถที่กำลังวิ่งบนถนนราชดำเนินบริเวณหน้าร้านแว่นตาแห่งหนึ่ง ตำบลในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร ก่อนที่ผู้เสียหายจะวิ่งหนีเข้าไปเคาะประตูขอความช่วยเหลือที่ร้านเสริมสวยบริเวณแยกไฟแดง ทำให้พลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร เข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชรเพื่อทำแผลและตรวจร่างกายทันที
แต่การถูกสกัดได้มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับการการหลุดลอดไปถึง จ.เมียวดี ซึ่งจะพบว่า มีการจับกุมชาวต่างชาติสารพัดสัญชาติ ที่ลักลอบข้ามแดนแม่สอด-พบพระ กับเมียวดี ตลอดจนตามแนวเส้นทางชายแดนแม่สอด-กรุงเทพฯ หลายต่อหลายครั้ง
เส้นทางที่กลุ่มขบวนการใช้ยังคงเป็นทางหลวงหมายเลข 12 ที่เชื่อมกับถนนพหลโยธินและถนนสายหลักอื่นๆ กับ อ.แม่สอด จ.ตาก ต่อมามีการขับรถเลี่ยงหรืออ้อมด่านตรวจและจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่บ่อยครั้งจึงทำให้สามารถเล็ดลอดไปได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อไปถึง จ.เมียวดี เหยื่อจะถูกบังคับให้ทำงานเป็นแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ เหมือนเดิม
โดยฐานใหม่ของแก๊งอยู่ถัดจากชเวโก๊กโก่และเคเคปาร์คเข้าไป รวมทั้งอาคารที่พักในเมืองสแกมเมอร์ที่ใช้ชื่อ “ดีโก้ปาร์ค Deko Park” ซึ่งตั้งอยู่บนดอยแดง ตรงข้ามบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ และอีกแห่งคือ ช่องเขารอยต่อดอยแดงวาเล่ย์คี ทางตอนใต้ของเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ใต้ หมู่ที่ 3 ต.วาเล่ย์ เช่นกัน เหยื่อที่เกิดเหตุมักเกิดขึ้นในอาคารสามารถมองเห็นได้จากฝั่งประเทศไทย
แหล่งข่าวแจ้งอีกว่า ผู้ที่มีอิทธิพล และดูแลพื้นที่สแกมเมอร์ใหม่บริเวณช่องเขา เขตบ้านวาเล่ย์(ฝั่งเมียนมา กับบ้านซอซีเมี่ยน) ตรงข้ามบ้านวาเลย์ ตำบลวาเลย์ ซึ่งมีอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จไปแล้ว 6 หลัง(หลังคาสีฟ้า) พร้อมติดตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดมหึมาเสียงดังสนั่นป่า คือ พันเอกซัยจ่อละ ผู้นำระดับเบอร์ 3 ของกองกำลังดีเคบีเอ
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งว่า ล่าสุดมีการระดมกำลังคนงานเร่งก่อสร้างเมืองใหม่ มีชาวจีนเดินเข้าออกควบคุม อย่างเร่งด่วนอีกกว่า 10 อาคาร และพบชาวต่างชาติ เช่นชาวอินเดีย ปากีสถาน ชาวแอฟริกา กัมพูชา และชาวลาว โดยถูกโยกย้ายมาอาศัยไปอยู่จุดนี้ กลุ่มนี้ไปจากพื้นที่เคเคปาร์ค ตรงข้ามบ้านกุใหม่ท่าซุง ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก หลังจากที่ถูกทหารเมียนมายึดไป

