“ออยศรี” บุกกองปราบฯ ยื่นสอบเส้นทางการเงินมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา” ตั้งข้อสงสัยเงินบริจาคจากประชาชนถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์สร้างพูลวิลล่า ฉะเป็นถึงด็อกเตอร์ โอนเงิน 50 ล้าน ไม่ดูหน่อยเหรอ? ยืนยันแม้บริจาคเพียง 1 พันบาทแต่ขอเดินหน้าตรวจสอบหาความจริงให้ถึงที่สุด ลั่นให้รอดู เงิน 1 พันจะเปลี่ยนชีวิตบุ๋มหรือไม่ อาทิตย์หน้าลุยร้องอีก 4 หน่วยงานให้ตรวจสอบ เรียก กรรชัย - พุทธ อภิวรรณ เป็นพยาน ลั่นไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนกว่าคดีจะยุติ รับสงสัยใครคือลาสต์บอสตัวจริง
วันนี้ (30 ต.ค.) เวลา 10.00 น. “น.ส.บุญยนุช แสงศรี” หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก พร้อมด้วย “ทนายวิน ธนาคาร น้อยพิทักษ์” กรรมการฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด และ “นายภูวกร ศรีเนียน” ภาคี HETA. จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ณ กองปราบปราม เพื่อยื่นเรื่องร้องขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานและเส้นทางการเงินทั้งหมดของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ซึ่งมี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เป็นประธาน
ออยศรี : “วันนี้ก็มาดำเนินการในเรื่องของการดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดี และพวกทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนมูลนิธินี้ค่ะ ก็คือนำโดยพี่บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีค่ะ ก็ต้องมีการสืบเพิ่มว่ามีใครบุคคลใดเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนมูลนิธิบ้างค่ะ ส่วนพยานหลักฐานที่นำมาวันนี้ ในเบื้องต้นก็ตามที่สื่อเห็นไปทั้งหมดนะคะ คือการใช้เงินในการผิดวัตถุประสงค์ น่าจะนำมาซึ่งความเสียหายอะไรต่างๆ จากเงินบริจาคของประชาชน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มูลนิธิองค์กรทำดีได้รับความไว้น้ำเชื่อใจจากประชาขนทั่วประเทศ ความถูกต้องย่อมสำคัญกว่าความดีที่ทำเอาไว้ค่ะ
ที่บอกว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์ เบื้องต้นก็ตามที่เห็นในข่าวเลยนะคะ ณ ตอนนี้ความน่าจะเป็นคือ ตัวของพี่บุ๋มนำเงินที่ประชาชนบริจาค เอาไปใช้ในการสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ซึ่งพูลวิลล่าไม่น่าจะเป็นพื้นที่ที่มีไว้สำหรับสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนอะไรต่างๆ ค่ะ ถ้าพี่บุ๋มจะบอกว่าโดนปลอมเอกสาร อันนี้พี่บุ๋มก็ต้องนำพยานหลักฐานมาสู้กัน มาแก้ต่างเองนะคะ ส่วนที่พี่บุ๋มจะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยสักเรื่องเนี่ย โดยพฤติกรรมของพี่บุ๋มเอง ส่วนตัวของออยค่อนข้างยังไม่เชื่อค่ะ
ถามว่าปกติเงินมูลนิธิถ้าจะต้องมีการโอน ต้องผ่านประธานไหม คือเงินมูลนิธิก็จะมีประธาน มีกรรมการ ส่วนของมูลนิธิองค์กรทำดีของพี่บุ๋มเวลาจะเบิกจ่าย หากจะต้องเบิกจ่ายเกินกว่า 500,000 บาท จะต้องมีการทำวาระการประชุม มีมติการประชุม ต้องลงลายมือชื่อมากกว่าครึ่งของกรรมการ ดังนั้นแล้วแต่ละครั้ง อย่างน้อยสลิปที่ออกมา พี่บุ๋มนำไปโอนให้กับบุคคลอื่น บุคคลภายนอก โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ตรงนี้ค่ะ มันมากกว่า 500,000 หลายครั้ง ดังนั้นเดี๋ยวก็ต้องมาไล่ดูกันอีกว่าใครบ้างตรงนี้ที่ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ เพราะหากนำเงินออกมามากกว่า 500,000 บาท แล้วไม่มีการเซ็นยินยอมจากคณะกรรมการ ผลที่ตามมาตัวของพี่บุ๋มเองจะต้องเกิดอะไรขึ้น
ในส่วนตัวของช่างเอ๋เอง เมื่อพูดออกมาแล้วช่างเอ๋ก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองเช่นกันนะคะ แต่สิ่งที่ช่างเอ๋มีคือพยานหลักฐานในเบื้องต้นทั้งหมดที่เวลาเขาพูด ดังนั้นแล้วก็อยากจะให้พี่บุ๋มนำเอาพยานหลักฐานต่างๆ ในการโต้แย้งออกมาด้วย อย่างเช่นที่พี่บุ๋มอ้างว่ามีการว่าจ้างกัน 50 ล้านบาท โดยที่ตอนแรกพี่บุ๋มบอกว่าเป็นช่างเอ๋ แต่พูดไปพูดมาตอนนี้พี่บุ๋มบอกว่าไม่รู้ว่าใครเป็นช่าง แต่พี่บุ๋มโอนให้ช่างเอ๋ จริงๆ แล้วพี่บุ๋มเป็นถึงด็อกเตอร์นะคะ และก็อยู่ในระดับที่เป็นประธานของมูลนิธิระดับนี้ ถือเป็นมูลนิธิระดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ได้รับความไว้วางใจ ดังนั้นแล้วทุกครั้งที่มีการตกลงอะไรต่างๆ อย่างสร้างมูลนิธิ มูลค่าตามที่พี่บุ๋มบอกคือ 50 ล้าน ระดับ 50 ล้าน พี่บุ๋มจะไม่ลงไปดูด้วยตัวเองบ้างเหรอ การทำหนังสือสัญญากับคู่ค้า ตัวพี่บุ๋มไม่ดูเหรอ คือพี่บุ๋มต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ค่ะ เพราะเพียงแค่มาพูดไม่ได้ มีสลิปออกไป แต่ไม่มีใบเสร็จกลับมามันก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ยินดีถ้า “บุ๋ม” จะแจ้งความตน แต่ตนก็มาในฐานะผู้เสียหายเหมือนกัน
ออยศรี : “ถ้าพี่บุ๋มจะไปแจ้งความเหมือนกัน ก็ยินดีมากค่ะ พี่บุ๋มควรที่จะต้องแจ้งความที่สุดคือ หากพี่บุ๋มรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนหลอกจากสามี หรือบุคคลใดก็แล้วแต่ พี่บุ๋มควรจะเริ่มแจ้งความได้แล้วค่ะ ไม่ต้องรอเลย รวมถึงหากพี่บุ๋มอยากจะแจ้งความดำเนินคดีออยหรือเปล่าก็ยินดีค่ะ แล้วก็จะได้ไปว่ากัน มาเปิดข้อเท็จจริง เราจะได้ใช้อำนาจในการขอพยานหลักฐานทุกอย่างมาเปิด แล้วก็จะได้นำเสนอให้กับประชาชนที่ไว้วางใจพี่บุ๋มค่ะ
วันนี้ออยก็มาในฐานะผู้เสียหายค่ะ ถามว่าเคยโอนไปให้เท่าไหร่ คือโดยปกติออยไม่ได้โอนกับมูลนิธิอะไรอย่างนี้นะคะ จะทำบุญในลักษณะอาหาร แล้วก็สำหรับมูลนิธิพี่บุ๋ม ออยโอนไป 1 ครั้งนะคะ ต้องบอกว่ายอดเพียงแค่ 1,000 บาท วันที่ 3 ธ.ค. 68 แต่อยากให้ทุกคนติดตามว่า หลังจากนี้ยอด 1,000 บาทของออยศรีที่โอนไปโดยสุจริต และโอนเข้าไปลึกที่สุดที่เข้าใจว่าบัญชีนี้คือบัญชีมูลนิธิ จะเปลี่ยนชีวิตบุ๋มปนัดดา วงศ์ผู้ดีหรือเปล่าค่ะ
ถามว่าก่อนหน้านี้เคยเอะใจในเรื่องของมูลนิธิไหม ไม่เคยเอะใจเลยค่ะ เพราะเป็นมูลนิธิเดียวที่ออยก็ไว้วางใจจนโอนเงินเหมือนกัน จนกระทั่งมานั่งพูดคุยกัน และมีบุคคลอื่นอีกที่มีการโอน จึงส่งสลิปมาดูและกลายเป็นเรากลับมาเริ่มเห็นว่ามันมีคำว่า โดย และต่อด้วยชื่อของพี่บุ๋มอยู่ข้างหลัง เราเลยนึกออกว่าแบบนี้มันคือบัญชีส่วนบุคคล จึงมานั่งตรวจสอบกัน และท้ายที่สุดแล้วบัญชีนี้ก็นำโอนออกไปให้กับบุคคลอื่นโดยที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับมูลนิธิ จนเป็นเหตุให้มีช่างเอ๋ออกมาค่ะ”
นายภูวกร : “คือการเอะใจเริ่มมาพร้อมๆ กับตอนที่มีข่าวแว่วออกมาเมื่อประมาณวันพุธของสัปดาห์ที่แล้ว พอมีแว่วออกมาว่ามีสามีของคนดังคนหนึ่งเริ่มอาจจะพัวพันที่ดินผิดกฎหมาย เราจึงพูดคุยกัน ตกลงกัน เรารู้สึกว่าคนทำมูลนิธิระดับประเทศขนาดนี้ และถ้ามีคู่สมรส 6 ปี แล้วพัวพันสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มูลนิธิน่าต้องถูกตรวจสอบ นอกจากคุณออยแล้ว ผมก็รับมอบอำนาจผู้จัดอีกคนนึง เราจึงเริ่มตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับ”
ออยศรี : “ท่านนี้ก็จะเป็นคุณเจต ที่เป็นตัวแทนของผู้เสียหายอีกคนนึงที่รับมอบอำนาจมา ส่วนท่านนี้ (ด้านขวา) ก็จะเป็นทนายวินที่จะดูแลทุกอย่างควบคู่ไปกับออยศรีในสำหรับเรื่องคดีพวกนี้ค่ะ ส่วนที่ทนายเปิ้ลถอนตัวก็เห็นในข่าวโพสต์ประกาศถอนตัวนะคะ ทั้งนั้นก็ฝากเป็นกำลังใจให้ค่ะ คือไม่ว่าจะเป็นตัวของทนายเปิ้ล แล้วก็พี่บุ๋ม หรือทีมงานทั้งหมดของมูลนิธิองค์กรทำดี อยากจะฝากบอกไว้ตรงนี้ว่า ไม่ว่าสิ่งที่ทำเอาไว้คืออะไร แต่ถ้าเกิดว่าที่ผ่านมาทุกคนยืนยันว่าทุกคนทำดี ทุกคนทำถูก สิ่งเหล่านั้นจะกลับมาปกป้องทุกคนเองค่ะ นั่นคือความจริงที่จะปกป้องพี่ๆ ทุกคน”
ทนายวิน : “ขออนุญาตเสริมเล็กน้อยนะครับ เมื่อวานมีคนพูดกันเยอะบอกเดี๋ยวมีมวยล้ม ต้มคนดูหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่มีนะครับ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ถ้าเดินก้าวเท้าเข้าไปที่กองปราบแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้นะครับ อย่างน้อยคดีนี้ต้องไปถึงชั้นอัยการและถึงชั้นศาล ฉะนั้นฝากเรียนไปยังพี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ว่าเดี๋ยวจะมีภาพคุณออยนั่งคืนดีกับคุณบุ๋มไหม บอกเลยว่าเรามาเพื่อตรวจสอบนะครับ เรามาเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย ผิดถูกว่าไปตามกฎหมายเลย ตามหลักนิติรัฐนิติธรรมเลย ไม่มีใครอยู่เหนือกว่ากฎหมาย แม้คุณจะเป็นดาราดังมีชื่อเสียง
แต่เมื่อวานไปออกรายการ ปรากฏข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานแล้วว่ามีการนำเงินส่วนตัวของมูลนิธิ อาจจะไปใช้จ่ายในเรื่องการทำพูลวิลล่า ลองคิดดูแล้วกันพูลวิลล่ามันเป็นประโยชน์อะไรกับมูลนิธิเป็นประโยชน์อะไรกับเงินของประชาชน ผมอยากให้เขาออกมาตอบตรงนี้ให้ชัดเจนนะครับ”
นายภูวกร : “คือตามรายชื่อคณะกรรมการที่ประกาศมา รายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิที่มีอยู่ 5 คน เมื่อกี้ตอนแรกที่ถามว่าประธานต้องรับผิดชอบเรื่องของการเงินไหม โดยหลักการแล้ว ประธานต้องรับผิดชอบแทบทุกเรื่องอยู่แล้ว ส่วนแต่ละคนจะมีตำแหน่งอะไรเหรัญญิก เลขานุการจะรับผิดชอบกันตามสัดส่วนของกฎหมายที่ออกแบบไว้ครับ”
ออยศรี : “ออยขออนุญาตยืนยันอีกครั้งนึงนะคะ ตามคำพูดของทนายวินเมื่อสักครู่ อยากขอให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกคน รวมถึง ประชาชนทุกคนที่ติดตามข่าวสารนี้ ออยยืนยันตรงนี้นะคะ แม้แต่ก้าวเดียวออยก็ไม่ถอย จนกว่าคดีนี้จะยุติ จนกว่าจะรู้ความจริงกันว่า พี่บุ๋มใช้ความรักความเชื่อใจของประชาชน ที่รักและเชื่อใจในตัวพี่บุ๋ม เอามาหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า เพราะไม่ว่ายังไงกว่าจะมีการโอนเข้าไปได้ กว่าจะมีความเชื่อใจ ทุกคนต้องลงมือทำค่ะ หากพี่บุ๋มไม่ลงมือทำยังไงใครก็ไม่โอน วันนี้การมีภาพพี่บุ๋มทำความดีมันถูกต้องแล้วค่ะที่ต้องมี แต่การทำความดีครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการแอบแฝงหาผลประโยชน์หรือไม่ ก็ต้องพิสูจน์กันค่ะ”
ทนายวิน : “ตอนนี้มีผู้เสียหายติดต่อมาเพิ่มเติมเมื่อวาน 1 คนเลย 20,000 บาท อีกคนนึงเป็นทนายดังภาคอีสานมีชื่อเสียง 100,000 บาท”
ออยศรี : “น่าจะมีอีกค่ะ มันเพิ่งเริ่มต้น เดี๋ยวน่าจะมีคนติดต่อมาอีกเรื่อยๆ แล้วเราน่าจะต้องไปไล่อ่านอินบ็อกซ์ด้วยค่ะ และออยยืนยันเมื่อสักครู่ว่าออยโอน 1,000 บาท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ปี 68 นะคะ เป็นการโอนร่วมช่วยเหลือในเรื่องของวันนั้นมีเรื่องของน้ำท่วม ออยจึงโอนไป 1,000 บาท ตรงนี้อาจจะไม่เห็นยอด เพราะออยเบลอไว้ตอนนั้นออยหาสลิปนี้ไม่เจอ แต่ออยมีสเตทเมนต์มาแนบค่ะ”
นายภูวกร : “ส่วนผมรับมอบอำนาจผู้เสียอีกท่านหนึ่งครับ 2,000 บาท ไม่เอ่ยนามครับ โอนไปประมาณเดือน ก.ค.ปี 68 ครับ ก็ตอนนั้นเขาก็ชื่นชอบคุณปนัดดา แล้วเขาเห็นกำลังช่วยน้ำท่วม จึงโอนทำบุญด้วยจิตศรัทธา 2,000 บาท คืออยากจะเสริมอีกนิดนึงครับว่า ส่วนใหญ่ประชาชนเวลาบริจาค มันก็หลักร้อยหลักพันนี่แหละครับ นั่นคือจำนวนที่คนใจบุญที่จะช่วยจริงๆ ครับ”
ออยศรี : “คืออยากฝากนิดนึงค่ะ บางคนอาจจะมองว่าจำนวนเงินไม่ได้เยอะเท่าบุคคลอื่นๆ ที่โอนเป็นแสนเป็นล้าน จริงๆ แล้วตรงนี้มันไม่ได้หมายถึงแค่เพียงจำนวนเงินของออยที่โอน แต่มันเป็นเรื่องของความไว้วางใจของคนทั้งประเทศที่มีต่อมูลนิธิองค์กรทำดี โดยเฉพาะมันเกิดขึ้นจากตัวพี่บุ๋มเองนะคะ”
บอกตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าผู้รับเหมาที่ปทุมธานีคือใคร และยืนยันไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกันมาก่อน
ทนายวิน : “ถามว่าถ้าช่างเอ๋ไม่ได้ไปรับเหมากับผู้ก่อสร้างทำมูลนิธิเอง ส่วนมูลนิธิที่ปทุมฯ ใครเป็นผู้รับเหมา แล้วใช้เงินตัวไหนใช่ไหมครับ คือเท่าที่ผมตรวจสอบในส่วนของตัวโรงทาน ยังไม่ทราบเลยว่าใครเป็นผู้รับจ้างตามสัญญาโครงการก่อสร้างนี้ ซึ่งคุณบุ๋มและก็มูลนิธิจริงๆ ต้องออกมาเปิด เพราะว่าเป็นเงินของประชาชน ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าบริษัทที่รับจ้างนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง คุณจ้างใคร ส่วนคุณเอ๋เมื่อวานที่ออกรายการ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏเลยว่า คุณเอ๋ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับโรงทานนี้เลย เพียงแต่ทำใบเสนอราคาให้ แล้วทางมูลนิธิองค์กรทำดีไม่จ้างเขา เมื่อไม่จ้าง ใบเสนอราคาถ้าเสนอแล้วไม่สนอง สัญญาไม่เกิด คุณก็ไปจ้างคนอื่น กลายว่าเสนอไปคุณไม่เอา เพียงแต่ว่าคุณเอ๋มีปรากฏจริงๆ ว่าไปสร้างพูลวิลล่า โดยใช้เงินของที่บอกนี้ครับ”
ออยศรี : “ซึ่งพูลวิลล่าเป็นที่ภูเก็ตนะคะ อย่างที่ทนายวินบอกคือมันมีการขอให้ทำใบเสนอราคาไป เมื่อมีใบเสนอราคาไปแล้ว ไม่มีการสนอง และไม่มีการทำหนังสือสัญญาเกิดขึ้น สิ่งที่พี่บุ๋มกำลังบอกว่าพี่บุ๋มดูแลเงินของประชาชนอย่างดี อย่างรอบคอบ อันนี้พี่บุ๋มยังบอกไม่ได้อยู่เลยว่าใครคือผู้ที่เป็นช่างในเรื่องของการก่อสร้างตรงนี้ ดังนั้นแล้วออยศรี แล้วก็ทีมที่ยืนอยู่ตรงนี้คงไม่สามารถตอบได้ค่ะ ถามว่าที่ออยยื่นตรวจสอบตรงนี้ เพราะมีปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวหรือเปล่า ไม่มีเลยค่ะ ออยไม่มีปัญหาส่วนตัวกับพี่บุ๋มนะคะ เพราะพี่บุ๋มเป็นคนเดียวที่ออยโอนเงินบริจาค นี่คือออยไว้เนื้อเชื่อใจพี่บุ๋มที่สุดแล้ว สำหรับการมีมูลนิธิทั้งหมดในประเทศนี้ค่ะ”
ทนายวิน : “เมื่อวานที่ผมเรียนสื่อมวลชนไป ขนาดกัน จอมพลังเป็นลูกความผม ว่าจ้างสำนักงานผมเนี่ย คุณออยยังไม่เคยโอนเงินเข้ามูลนิธิคุณกันเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ด้วยความนิยมชมชอบคุณบุ๋ม ปนัดดา ปีที่แล้วจึงมีการโอนไป ยังไม่มีสาเหตุอะไรกันเลยนะ ยังไม่ปรากฏว่าจู่ๆ คุณบุ๋มไปทำอะไรด้วย คุณออยโอนให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ฉะนั้นวันนี้เขาเป็นผู้เสียหาย แล้วก็จะดำเนินการเข้าแจ้งความ เขามีสิทธิ์ตรวจสอบเต็มที่ ใครจะฟ้องหมิ่นประมาทอะไร ฟ้องมาเลยครับ ฟ้องได้ ยินดี ซึ่งในส่วนของผมที่มีผู้เสียหายให้มาเป็นตัวแทน ตอนนี้รวมแล้วมี 4 คนครับ”
ออยศรี : “เชื่อว่ายังมีหลายคนนะคะ ที่ติดอกติดใจเรื่องนี้ แต่อาจจะแสดงตัวหรือไม่แสดงตัว ก็อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนนะคะ บางครั้งคุณจะรักและไว้เนื้อเชื่อใจอะไรก็ได้ แต่ถ้าเกิดว่าคุณอยากรู้ความจริง เราก็มาพิสูจน์ความจริงด้วยกันไปก็ได้ค่ะ เพราะถ้าเกิดว่าพิสูจน์มาแล้วพี่บุ๋มไม่ได้ทำอะไรผิด มันก็เป็นความสง่างามของพี่บุ๋มเองค่ะ
หมายถึงว่าเรากังวลอะไรเกี่ยวกับเส้นสายของพี่บุ๋มหรือไม่อย่างไร ต้องบอกว่าออยศรีเป็นแค่ประชาชนคนนึงเท่านั้นนะคะ ที่ไม่ได้มีเส้นสายอะไรมากมาย เรามองพี่บุ๋มเข้ามา พี่บุ๋มอยู่ในจุดที่ถือว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนนึงในวงการที่เรามองเข้ามาตลอด สิ่งที่พี่บุ๋มเป็นและรู้จักใคร รับรางวัลอะไรมาบ้างทั้งหมด เราจะเห็นถึงความที่พี่บุ๋มมีโอกาสที่น่าจะรู้จักใครบุคคลใดบ้าง แต่เราก็เชื่อใจอย่างนึงว่าพี่บุ๋มน่าจะเลือกที่จะสู้แบบตรงไปตรงมา อย่างที่พี่บุ๋มเป็นคนชัดเจนมาโดยตลอดค่ะ เหมือนอย่างเช่นที่พี่บุ๋มพูดว่าอะไรดีบุ๋มก็ว่าดีค่ะ ส่วนถามว่าถ้าวัตถุประสงค์ในการสร้างพูลวิลล่าตอนแรก จริงๆ คือการสร้างบ้านพัก คดีจะพลิกไหม คือบ้านพักเฉยๆ แล้วเกี่ยวข้องกับมูลนิธิไหมล่ะ ถึงใช้เงินที่เป็นเงินบริจาคโอนเข้าไป”
ทนายวิน : “ถึงเป็นบ้านพักคดีก็ไม่พลิกครับ เพราะว่าถ้า 1 เปิดรับบัญชีหลายบัญชี 2 มีการนำเอาเงินที่รับบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ปุ๊บ ผิดปั๊บเลย ไม่ต้องคำนึงเรื่องอื่นแล้วครับ อย่างคุณบุ๋มเขาบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องพูลวิลล่า เมื่อวานทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เปิดภาพในรายการ เรื่องใหญ่รายวัน มีภาพมาภูเก็ต 2-3 รอบ ฉะนั้นจะไม่รู้ไม่ได้หรอก ส่วนที่ว่ามีการปลอมลายเซ็น อันนี้ก็ให้เขากล่าวอ้างไป แต่ผมจะบอกว่าด้วยหลักกฎหมาย เขาเรียกว่าหลักกฎหมายปิดปาก คุณเป็นประธานมูลนิธิ กฎหมายถือว่าเป็นตัวการ ตัวแทนของคุณจะกี่คนๆ ไปทำอะไรให้ถือว่าเป็นการกระทำของตัวการด้วย ฉะนั้น ถ้าตัวแทนคุณไปทำให้เกิดความเสียหายอะไรยังไง คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วย และกฎหมายไม่ให้เถียงเรื่องอื่น”
ออยศรี : “ถามว่าธงของการตรวจสอบครั้งนี้จะตรวจสอบถึงขั้นให้ปิดมูลนิธิเลยไหม เพราะตอนนี้มูลนิธิมีการยุติบทบาทประธานของคุณบุ๋ม แล้วยุติการรับบริจาคไปชั่วคราว คือการยุติไว้ก่อนนี่ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางนึงนะคะ แล้วก็เพื่อที่จะพิสูจน์กันไป ระหว่างนี้การยุติมูลนิธิก็ต้องปิดบัญชีทั้งหมดไว้ก่อนด้วย เพราะว่าป้องกันเงินที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามา เพราะแม้จะมีข่าว แม้จะมีประเด็นแล้วในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนรับรู้ข่าวแล้วทั้งหมด มันก็มีโอกาสที่คนไม่ได้รับรู้ และยังมีโอกาสที่เงินยังคงหลั่งไหลเข้ามา เพราะฉะนั้นแล้ว ถือว่าพี่บุ๋มก็เลือกถูกค่ะที่หยุดเอาไว้ก่อน แล้วก็มาพิสูจน์กันดีกว่า
ซึ่งสังคมบางส่วนที่มองว่ามูลนิธิของคุณบุ๋ม ปนัดดาสร้างคุณประโยชน์ให้กับการช่วยเหลือสังคมอย่างมาก อันนี้แน่นอนค่ะ ถูกต้อง พี่บุ๋มทำดีและช่วยเหลือมาโดยตลอด อย่างที่ออยบอกไปนะคะ การช่วยเหลือสังคมใช่ การทำดีใช่ แต่ว่าวันนี้เรามาหาความจริงกันอยู่ว่าเงินที่พี่บุ๋มเอาไปใช้ ซึ่งเป็นเงินที่มาจากการบริจาค พี่บุ๋มนำไปถูกต้องหรือไม่ เพราะว่าการที่ทำดีไม่ได้หมายความว่าคุณทำผิดไม่ได้ การที่เป็นบุ๋ม ปนัดดาไม่ได้หมายความว่าพูดความจริงทุกคำ เพราะฉะนั้นแล้วทุกคนก็ต้องพิสูจน์ค่ะ การตรวจสอบกับการช่วยเหลือสังคมมันคนละส่วนค่ะ
ถามว่าต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้แล้วเสร็จก่อนไหม จริงๆ แล้วมันก็อาจจะควบคู่ไปได้ค่ะ แต่เรื่องพี่บุ๋มอาจจะดูแล้วค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็มูลนิธิองค์กรทำดีเนี่ยค่อนข้างเป็นเบอร์ใหญ่ของประเทศเราที่มีการรับบริจาค ดังนั้นแล้วการยุติเอาไว้ก่อนในการเคลื่อนไหวด้านการเงินและก็อะไรต่างๆ มันก็เป็นอีกช่องทางนึงที่ดีค่ะ แต่หากพี่บุ๋มมองว่าพี่บุ๋มแน่ใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจกับทุกๆ เรื่องและเงินทุกบาททุกสตางค์ทำถูกต้องอย่างที่พี่บุ๋มพูดมาโดยตลอด จริงๆ แล้วไม่ต้องยุติอะไรเลย ทำต่อไป เพียงแค่ว่าให้ไปปิดบัญชีส่วนบุคคล แล้วเหลือเพียงแค่บัญชีมูลนิธิเท่านั้น และหลังจากนี้คือมันก็จะเข้าสู่กระบวนการที่ว่ากันไปถูกต้องแล้ว เพราะว่าเวลานำเบิกจ่ายอะไรต่างๆ มันก็ต้องเป็นบัญชีมูลนิธิค่ะ”
ทนาย : “ถามว่าตอนนี้มีหน่วยงานไหน หรือเราสามารถร้องให้ตรวจสอบการเช็กเงินของบัญชีบุคคลได้ไหม เพื่อที่จะป้องกันการเอาเงินออกไป คือเดี๋ยวแจ้งไทม์ไลน์สื่อมวลชนเลยนะครับ มาวันนี้แจ้งความร้องทุกข์ นี่คดีอาญา 2 เดี๋ยววันจันทร์จะไปทำเนียบรัฐบาล ไปร้องกับทางนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกฐานะหนึ่ง ให้ตรวจสอบมูลนิธิให้สั่งการลงมายังเบื้องล่างให้ดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิของคุณบุ๋ม ปนัดดา วันอังคารจะไปป.ป.ง. เกี่ยวกับฟอกเงินครับ ยื่นคำร้องตรวจสอบไว้ก่อนเลย แต่ถ้าที่นี่แจ้งข้อหาแล้ว ป.ป.ง. ก็ดำเนินการควบคู่ไปได้ครับ แล้วก็วันพุธสัปดาห์หน้าไปรัฐสภา ไปคณะกรรมการฟอกเงิน ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการฟอกเงินให้ดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิของคุณบุ๋ม ปนัดดา อีก เป็น 4 ช่องทาง”
ออยศรี : “ก็คือยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบทุกมิติค่ะ มีเรื่องฉ้อโกงประชาชนด้วยอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พ.ร.บ.คอมพ์ฯ และฟอกเงินค่ะ”
ทนาย : “เรื่องยักยอกทรัพย์ ยังครับ คือยักยอกก็ได้ แล้วแต่พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหา หากที่มาได้ความว่าเป็นยักยอก แม้จะแจ้งฉ้อโกง เขาก็แจ้งข้อหาที่ถูกต้องได้ มันเป็นมูลฐานความผิดไปเรื่องการฟอกเงินของ ป.ป.ง. ให้ยึดอายัดทรัพย์ได้ด้วยครับ คือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เดี๋ยวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ แต่ผมมองว่าเป็นฉ้อโกงประชาชนอย่างเดียวก็พอแล้วครับ
ถามว่ากรรมการทุกคนที่มีรายชื่อร่วมก่อตั้งกันมา จะต้องมีความผิดด้วยไหม หรือว่าเฉพาะประธาน คือพอเป็นส่วนหนึ่งในที่เราก็เพิ่งทราบว่ามีสื่อมวลชนอาวุโสไปเป็นกรรมการนั่งอยู่ในนั้นหลายคนแต่ตัวคุณออยไม่มีอคติส่วนตัวกับเขา ก็ให้เขาเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ทราบกับพนักงานสอบสวนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นอย่างไรในการเบิกจ่ายเงินจำนวนขนาดนี้ ถ้าคุณพิสูจน์ได้ก็จบ
รวมถึงที่ปรึกษาเลขาฯ หรือทนายท่านหนึ่งที่ลาออกไป คุณเป็นนักกฎหมายนะ คุณทราบใช่ไหมว่าการโอนเงินจำนวนไปมากขนาดนี้ คุณจะไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีมติที่ประชุมรับรองของมูลนิธิเลย ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ ก็ถ้าเข้าเป็นรูปแบบมูลนิธิแล้ว ยังไงพนักงานสอบสวนต้องเรียกกรรมการทุกคนเข้ามารับทราบ ผมจะให้เรียกให้หมดเลยรวมถึงพยานบุคคลภายนอก อย่างเช่น พี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย , พี่พุทธ อภิวรรณ ผู้บริจาครายใหญ่ต้องเข้ามาครับ”
ออยศรี : “ส่วนคนดังๆ ในวงการบันเทิงก็เดี๋ยวต้องรอดูว่าจะมีการได้พูดคุยกับใครหรือเปล่า แต่อย่างที่ทนายวินบอกไปคือมีพี่หนุ่ม กับพี่พุทธ ต้องบอกว่าพี่หนุ่มกับพี่พุทธมีการโอน ถือว่าเป็นรายใหญ่ เป็นพี่ที่ช่วยเหลือสนับสนุนคนไทยอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นสลิปใหญ่ๆ ที่เราเห็นอยู่ตลอด และอันนี้ก็มีทั้งสลิปของพี่หนุ่ม และก็พี่พุทธอยู่แล้วในมูลนิธิองค์กรทำดีค่ะ หลักฐานอื่นๆ มีทั้งหลักฐานที่เปิดได้แล้วจะพูด ถ้าเปิดไม่ได้แล้วใช้แค่ในกระบวนการ เราก็จะไม่พูดเรื่องนั้นค่ะ”
ทนายวิน : “คือเอกสารบางอย่างที่ไปกระทบคนอื่นน่ะ เราก็ระมัดระวังว่าไม่อยากให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปด้วย แต่อันไหนเปิดได้ก็เปิด เกี่ยวกับมูลนิธิเปิดหมด”
สงสัย ใครคือลาสต์บอส
ออยศรี : “เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะทั้งสิ้นค่ะ เราจะเปิด ส่วนที่เมื่อวานทางทนายเดชาพูดว่าลาสต์บอส คืออันนี้ก็อยากให้ลองติดตามกันดูนะคะ แล้วก็ลองวิเคราะห์ วิจัยช่วยกันดูนะคะว่าใครดูที่น่าจะเป็นลาสต์บอส พฤติกรรม วิธีการนำเสนอ วิธีการแสดงออก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เขาพยายามที่จะบ่งชี้ บ่งบอกให้สังคมเห็น เรามาลองตั้งข้อสังเกตไปด้วยกันค่ะ จริงๆ แล้วต้องให้อาจารย์เดชาเป็นผู้เฉลยนะคะ แต่ว่าตรงนี้ออยก็ตื่นเต้นไปกับอาจารย์เดชาเหมือนกัน ออยก็สงสัยเหมือนกันค่ะ ออยยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ ก็คาดเดาไปเหมือนกัน ก็คิดอยู่ในใจบ้างค่ะ แต่ก็ยังเดาอยู่
ออยอยากขอความร่วมมือ วันนี้ออยอาจจะพูดถึงแค่เพียงของพี่บุ๋ม แต่ออยจะขอความร่วมมือพี่ๆ สื่อทุกคนนะคะ ออยจะพูดว่าทุกมูลนิธิ ประชาชนอย่างออย หรืออ้างไปถึงทนายตั้ม (ษิทรา เบี้ยบังเกิด) ที่สนใจในแต่ละมูลนิธิ ตัวออย ตัวทนายตั้มย่อมมีสิทธิ์ที่จะเลือกสงสัย หรือไม่สงสัยมูลนิธิใด แต่ในเมื่อเราสงสัยมูลนิธิ ก็อย่างว่าค่ะ ประชาชนเรามีสิทธิ์มุ่งเป้า แต่อยากจะขอพี่น้องสื่อมวลชนนะคะ หากออยหรือทนายตั้มสงสัยไปในมูลนิธิใด ซึ่งทุกมูลนิธิ รับเงินบริจาคจากประชาชนเหมือนกัน อยากขอให้พี่ๆ ทุกคนช่วยนำเสนอเหมือนๆ กัน เพราะว่าเขาก็กำลังเอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่เหมือนกันหรือเปล่า เพราะว่าวันนี้แม้แต่มูลนิธิของพี่บุ๋มยังต้องโดนตรวจสอบ เพราะฉะนั้นแล้วทุกมูลนิธิหากมีความเคลือบแคลง ก็อยากให้พี่ๆ ทุกคนช่วยกันนำเสนอ เพื่อให้เป็นการเตือนประชาชนให้ระมัดระวังก่อนที่จะโอนค่ะ”

