xs
xsm
sm
md
lg

ผวาน้ำดำปริศนาบุกบางกระเจ็ด ชาวบ้านสัมผัสแล้วคันหนัก ไร้น้ำประปาอาบน้ำนานนับเดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ฉะเชิงเทรา - ชาวบ้านบางกระเจ็ด จ.ฉะเชิงเทรา เดือดร้อนหนัก หลังน้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือน เปลี่ยนเป็นสีดำข้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่า สัมผัสแล้วมีอาการคันและผิวหนังอักเสบ ระบบประปาหมู่บ้านยังจมอยู่ใต้น้ำ ต้องซื้อน้ำถังมาใช้อุปโภคบริโภค วอนรัฐบาลเร่งดูแล

วันนี้ ( 30 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านบางกระเจ็ด หมู่ 4 ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา พบชาวบ้านกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน โดยมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้าท่วมต่อเนื่อง ก่อนเปลี่ยนเป็นสีดำข้นและส่งกลิ่นเหม็นเน่า สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ติดกับรอยต่อ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี

นายประสิทธิ์ ลบยุทธ อายุ 73 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 เปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่มานานกว่า 1 เดือนแล้ว จากเดิมที่มีระดับสูงเกือบ 2 เมตร จนเหลืออีกเพียงประมาณ 15 เซนติเมตรจะถึงพื้นบ้านที่ยกสูงสองชั้น แม้ขณะนี้ระดับน้ำจะลดลง แต่กลับกลายเป็นน้ำสีดำเข้มข้นและมีกลิ่นเหม็นเน่า อีกทั้งยังมีน้ำจากแม่น้ำบางปะกงไหลเข้ามาเติมเป็นระยะ คาดว่าอีกประมาณ 20 วัน น้ำอาจยังไม่แห้งสนิท

ปัญหาสำคัญขณะนี้คือชาวบ้านไม่มีน้ำใช้อาบ เนื่องจากระบบประปาหมู่บ้านยังจมอยู่ใต้น้ำสีดำ ทำให้ไม่กล้าสัมผัสหรือนำน้ำขึ้นมาใช้ เพราะบางรายเมื่อสัมผัสน้ำแล้วมีอาการระคายเคืองและคันตามผิวหนัง จึงต้องซื้อน้ำบรรจุถังมาใช้ชำระล้างร่างกายแทน

ชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยว่า มวลน้ำดังกล่าวอาจปนเปื้อนขยะพิษหรือกากอุตสาหกรรมจากพื้นที่ต้นน้ำใน จ.ปราจีนบุรีหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ ต.บางกระเจ็ด อยู่ติดกับ อ.บ้านสร้าง ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลตรวจยืนยันคุณภาพน้ำหรือแหล่งที่มาของสิ่งปนเปื้อน

นายประสิทธิ์กล่าวต่อว่า อาชีพปลูกผักขายยังไม่สามารถกลับมาทำได้ เพราะพื้นที่เพาะปลูกยังถูกน้ำท่วม ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายก็ยังสำรวจไม่ครบ เนื่องจากช่วงน้ำไหลเข้ามามีความรวดเร็วและรุนแรง จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ให้พื้นที่ใดตกหล่น ส่วนเงินเยียวยาน้ำท่วมยังไม่ทราบว่าตนได้รับหรือไม่ เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือและยังไม่ได้เดินทางไปตรวจสอบกับธนาคาร แต่ทราบว่าเพื่อนบ้านที่ลงทะเบียนพร้อมกันบางรายได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว

ด้านนางสมพร ศิริสวัสดิ์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านอีกคน เปิดเผยว่า บ้านของตนอยู่บนพื้นที่สูงกว่า ระดับน้ำที่เคยท่วมถึงหัวเข่าขณะนี้แห้งลงแล้ว แต่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนสูญหายไปกับน้ำ และกำลังเร่งทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด เนื่องจากมีโคลนและขี้เลนไหลเข้ามาสะสมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ตนยังมีอาการคันตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วและใต้ฝ่าเท้า มีลักษณะบวมแดงคล้ายถูกกัดจนเกิดแผล โดยช่วงก่อนน้ำแห้งมีสภาพเน่าเสียและดำเข้มข้นมาก ทำให้เกิดอาการรุนแรง ต้องใช้ยาที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน อบต. และผู้นำชุมชนมาทารักษา จนขณะนี้อาการเริ่มทุเลา เหลือเพียงรอยบวมแดงเล็กน้อย

นางสมพรกล่าวอีกว่า น้ำท่วมปีนี้ถือว่าหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยมวลน้ำไหลเชี่ยวและพัดพากุ้งปลาขึ้นมาอยู่บนถนน บางจุดน้ำไหลบ่าข้ามถนนคล้ายน้ำตก แต่แทนที่จะเป็นน้ำใสกลับมีสีดำและเหลืองปนดำ จนชาวบ้านไม่กล้าลงไปสัมผัส เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสีย และขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ พร้อมจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชน และประเมินความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว