ไทยได้ทำการถอนสัญชาติแรบไบรายหนึ่ง ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัดในประเทศไทย ในความเคลื่อนไหวล่าสุดในแคมเปญของรัฐบาลที่กำลังยกระดับความเข้มข้นยิ่งขึ้น ในการจัดการกับชาวต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ในประเทศที่ขึ้นชื่อมานานว่าเปิดกว้างต้อนรับชาวต่างชาติ ตามรายงานของบลูมเบิร์กเมื่อวันพฤหัสบดี(29ต.ค.)
รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่าคำสั่งที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย อ้างว่าแรบไบ โจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ยังคงใช้สัญชาติสหรัฐฯของเขาในการเดินทางไปมาระหว่างประเทศ แม้ได้สัญชาติกลายมาเป็นพลเมืองของไทยในปี 2013 ในนั้นรวมถึงเดินทางเข้าและออกจากออสเตรเลีย 16 ครั้ง
กฎหมายไทยให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการเพิกถอนสัญชาติไทยที่ได้รับมาโดยการแปลงสัญชาติ หากมีหลักฐานว่าบุคคลนั้นยังคงใช้สัญชาติเดิมของตนอยู่
เบื้องต้น แคนเตอร์ ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่บลูมเบิร์กรายงานว่าเขาก้าวมาเป็นประธานเครือข่ายชาบัดในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1993
ชาบัด เป็นขบวนการชาวยิวออร์ทอดอกซ์ระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก ตามรายงานของบลูมเบิร์ก
บลูมเบิร์ก ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลของอนุทิน ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยนโยบายชาตินิยม เริ่มใช้ท่าทีที่เข้มงวดขึ้นกับชาวต่างชาติที่พำนักอยู่และผู้มาเยือนบางกลุ่ม แม้ว่าการท่องเที่ยวจะยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจก็ตาม
สื่อมวลชนแห่งนี้ รายงานต่อว่า กฎระเบียบใหม่ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม เปิดทางให้เนรเทศชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรม อันถือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสาธารณะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ได้ยกระดับการสืบสวนธุรกิจต่างๆที่ควบคุมโดยชาวต่างชาติและที่ดินที่ถือครองผ่านตัวแทนชาวไทย
กรณีของแคนเตอร์ เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ทางการไทยเพิกถอนสัญชาติไทยของนักธุรกิจรายหนึ่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวยังคงใช้หนังสือเดินทางอิสราเอล และไม่ได้เปิดเผยว่าตนมีสัญชาติอุรุกวัยในขณะที่ยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
ในอีกกรณี ในเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เข้าตรวจค้นสถานที่ของชาบัดและสถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวยิว พร้อมกับตรวจสอบธุรกิจและทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าถือครองโดยตัวแทนอำพราง(นอมินี)
รายงานข่าวของบลูมเบิร์ก ระบุว่าเจ้าหน้าที่ไทยย้ำว่าการสอบสวนนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการกระทำที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของสัญชาติแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดใดๆ ทั้งในส่วนของแคนเตอร์และชาบัด
(ที่มา:บลูมเบิร์ก)

