xs
xsm
sm
md
lg

ลอกคราบ 'บุ๋ม ปนัดดา' พยานหลักฐานมัดแน่น ฉ้อโกงยักยอกเงินมูลนิธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



หลักฐานมัดแน่น 'บุ๋ม ปนัดดา' ส่อคดียักยอกเงินบริจาคมูลนิธิเกือบ 50 ล้าน หลังช่างรับเหมาออกโรงแฉเส้นทางการเงินที่ถูกโอนไปสร้างพูลวิลล่าส่วนตัวที่ภูเก็ต เตรียมเจอข้อหาฉ้อโกงประชาชน

นาทีนี้มรสุมชีวิตของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คงไม่ใช่เรื่องผัว เรื่องเมียน้อยอีกแล้ว เพราะมันเป็นประเด็นสับขาหลอกของเธอ

มรสุมหนักจริง ๆ คือเรื่องเงินของมูลนิธิที่มีการเปิดบัญชีส่วนตัว แฝงรับเงินบริจาคเนียนๆ แล้วเงินพวกนั้น ก็ไหลออกไปถลุงฉ่ำร่วม 50 ล้าน

องค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา ส่อเค้าจะเป็น องค์กรทำดีย์ มี ย. การันต์ ท่ามกลางการขุดแหลกของสื่อทุกสำนัก

ภาพของแม่พระที่อุตส่าห์สร้างไว้มาชั่วชีวิต ไม่สามารถคุ้มครองเธอได้เลย ตรงข้าม การสร้างภาพ เพื่อหากินในสไตล์นักบุญทุนคนอื่น เป็นสิ่งที่สังคมไทยรังเกียจที่สุด ประสาสังคมคนใจบุญชอบบริจาค ที่รู้สึกโดนหักหลัง

เรื่องราวทั้งหมดกุญแจสําคัญ คือ ช่างเอ๋ ช่างรับเหมาที่ภูเก็ต ผู้ออกมาแฉเส้นทางการเงิน ขององค์กรทําดี มีการแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569

และล่าสุดก็ออกหน้าสื่อ มาให้สัมภาษณ์แล้ว ยืนยันว่ามีเงินจากบัญชีองค์กรทําดี ของ บุ๋ม ปนัดดา ถูกโอนมาเข้าบัญชีเขารวมแล้วถึง 45 ล้านบาท

โดย ก๊อต อธิป ผัวกล้ามแมงป่องของบุ๋ม เป็นคนดีลงานก่อสร้างกับเขา เริ่มต้นด้วยการจ้างสร้างบ้านพักส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา ที่จ.ภูเก็ต

ต่อมา เปลี่ยนแผนจากบ้านพักท่านประธาน กลายเป็นสร้างพูลวิลล่า 8 หลัง ระหว่างนี้มีเงินจากบัญชีองค์กรทําดี โอนมาจ่ายค่างานก่อสร้างเกือบ 30 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 ถึง ม.ค. 2569

ก่อนที่โครงการจะสะดุดลง สร้างจบแค่ 2 หลัง และทุบทิ้งหลังที่ 3 แล้วจึงมีการนําป้าย มูลนิธิองค์กรทําดี มาปักไว้

เฉพาะงานก่อสร้างพูลวิลล่าที่สะดุดนี้ ช่างเอ๋ ถูกชักดาบไปเป็นเงินประมาณ 3 ล้านบาท

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเงินจากบัญชีองค์กรทำดี โอนเข้ามาที่บัญชีช่างเอ๋ร่วม 30 ล้าน แล้วผัวนักกล้ามของบุ๋ม ก็สั่งให้ช่างเอ๋ โอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของเขา

ผลที่ตามมาก็คือ ช่างเอ๋ต้องรับภาระภาษีรายได้ที่เข้ามา โดนสรรพากรตามทวง โดยที่ผัวนักกล้าม ลอยแพเขาดื้อๆ

มีหนําซ้ํา ช่างเอ๋ ยังถูกหลอกใช้ให้นำรถแบคโฮ ไปไถป่าในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผัวนักกล้าม วาดฝันจะสร้างเป็นสนามวิ่งเทรล แบบที่จ.นครนายก อ้างกับช่างเอ๋ว่าได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ปรากฏว่าช่างเอ๋ ถูกจับกุมดําเนินคดีข้อหารุกป่า และทนายความของนักกล้าม ก็หว่านล้อมให้เขาสารภาพไปคนเดียว อย่าซัดทอดไปถึงคนสั่งการว่าจ้าง

เห็นเลยว่า สมองโตๆ ของคนกล้ามโต กระทําการหลอกใช้ช่างเอ๋ ซ้ําแล้วซ้ําเล่า แล้วเขาก็ตัดการติดต่อจากช่างเอ๋โดยสิ้นเชิง ตั้งแต่มีนาคม 2569

ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา ก็ยัง ถามวัวตอบควายเช่นเดิม ไปพูดถึงการสร้าง อาคารมูลนิธิองค์กรทําดีที่จังหวัดปทุมธานี เป็นวรรคเป็นเวร ทั้งที่สนามฉ้อฉลจริง ๆ คือจังหวัดภูเก็ต

ดูแล้วแนวทางต่อสู้ของบุ๋มก็คือ ฉันไม่รู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้นกับพฤติกรรมของผัว บุ๋มชิ่งผัว และผัวก็ไปชิ่งช่างเอ๋อีกที

แต่การชิ่งช่างเอ๋ กระทำย่ำยีโยนบาป แบบคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตูนี่แหละ กําลังมาสู่ความล่มสลาย ของอาณาจักรองค์กรทําดี เพราะพฤติการณ์ทั้งหลายทั้งปวง ตามที่ช่างเอ๋เปิดโปง มันคือองค์กรทำเลวชัดๆ

การที่เงินจากบัญชีองค์กรทําดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไหลไปสร้าง บ้านพักผู้วิลล่าที่ภูเก็ต มันเป็นตัวยืนยันคําพูดของออยศรีและผองเผือก ที่ระบุว่า บุ๋ม เอาบัญชีส่วนตัวมามั่วนิ่มรับบริจาค

และก็ยังนําเงินที่ได้รับมานั้นไปใช้ผิดประเภท ไม่เกี่ยวกับสาธารณกุศลเลย

ซึ่งคนที่จะโอนเงินจากบัญชีดังกล่าวได้ ก็เป็นบุ๋ม ปนัดดา คนเดียวเท่านั้น เป็นหลักฐานยืนยันว่าบุ๋ม ปนัดดา รับรู้โดยตลอดถึงการใช้เงินผิดประเภทของมูลนิธิ

การชิ่งว่าไม่รู้เรื่องธุรกิจของผัว จึงเป็นการย้อนแย้ง เข้าใจยากมาก

ที่สําคัญ เมื่อมาดูไทม์ไลน์ ของเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นว่าการโอนเงินไปทำพูลวิลล่า เริ่มขึ้นช่วงกลางปี 2568

ขณะที่บุ๋ม มีบทบาทโดดเด่นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเทพีสงคราม ที่น่าจะขบเหลี่ยมในทีกับ กัน จอมพลัง ที่เป็นวีรบุรุษชายแดน

เงินบริจาคไหลเข้ามาทะลักทลาย เข้ามูลนิธิของคนทั้งสอง แบบว่ายิ่งรบยิ่งรวย

ขณะที่มีภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งบุ๋มและกัน ไม่เคยพลาด เพราะยิ่งท่วมยิ่งรวยเช่นกัน

แต่แหล่งเงินที่จะมาเข้ามูลนิธิมาจากที่เดียวกันก็คือ กระเป๋าประชาชน พอกัน จอมพลัง ซวนเซ โดนตรวจสอบเงินบริจาค จนเร้นหายเข้ากลีบเมฆไปจนทุกวันนี้

บุ๋ม ปนัดดา ก็เหมือนได้ที เอาสื่อในมือ เปิดเวทีให้ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ไล่ขยี้กัน จอมพลัง คล้ายเป็นการกระทึบซ้ําคู่แข่งกลายๆ

จนพันธมิตรของกัน จอมพลัง อย่างออยศรี เดือดปุด ลุกออกมาตรวจสอบบัญชีของบุ๋ม ปนัดดาบ้าง แล้วเจอความผิดปกติเข้าเต็ม ๆ

จากหลักฐานที่เปิดออกมาจนถึงเวลานี้ เบื้องต้นบุ๋ม ปนัดดา น่าจะโดนข้อหายักยอกทรัพย์

และหากมีผู้เสียหาย ออกมาร้องทุกข์กล่าวโทษ คดียักยอกอาจพัฒนากลายเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน รวมถึงคดีฟอกเงินด้วย

ซึ่งมองด้วยสามัญสํานึก คดีของบุ๋ม ก็ไม่ต่าง คดีพระอลัชชีดังทั้งหลาย มัวเมาโลกีย์ เอาเงินวัดไปปรนเปรอสีกา ก็เห็นติดคุกกันแทบทุกราย

ส่วนของบุ๋มนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอแสดงออกตลอดมา คือคนหลงผัว สำลักความสุขออกสื่อ เงินทําบุญของชาวบ้าน เลยรั่วไหลรัวๆ ด้วยประการฉะนี้

จากไทม์ไลน์เช่นกัน การที่บุ๋มโอนเงิน ไปสร้างพูลวิลล่า ตั้งแต่กลางปี 68 ถึงต้นปี 69 แสดงว่าไม่จริงเลยที่เธออ้างว่า ต่างคนต่างอยู่กับผัวมานาน 2 ปี