สหรัฐฯแจ้งเตือนไปยังหลายประเทศในอ่าวอาหรับ ให้เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารสั้นๆแต่หนักหน่วงเล่นงานอิหร่าน หลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกาในวันที่ 3 พฤศจิกายน ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล เมื่อวันอังคาร(27ต.ค.) ความเคลื่อนไหวซึ่้งมีขึ้นในขณะที่รายงานข่าวว่าวอชิงตันได้เคลื่อนย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" ชุดหนึ่ง จากเทกซัสไปยังตะวันออกกลาง
รายงานข่าวของวอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่เล่นงานโครงสร้างพื้นฐานและที่ตั้งทางพลังงานของอิหร่าน แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะที่คำเตือนดังกล่าวที่แจ้งไปยังชาติต่างๆในอ่าวอาหรับ บ่งชี้เช่นกันว่าอิสราเอลเองก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับเข้าร่วมในปฏิบัติการสู้รบรอบใหม่
ในความเคลื่อนไหวสอดคล้องกับข่าวลือดังกล่าว มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังเคลื่อนย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" ระบบหนึ่ง จากเทกซัสไปยังตะวันออกกลาง โดยที่ระบบแพทริออต ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์เรดาร์ สถานีควบคุมการโจมตี เครื่องยิงขีปนาวุธ และขีปนาวุธสกัดกั้น จะถูกนำไปติดตั้งเพื่อเสริมสร้างการป้องกันของสหรัฐฯ ท่ามกลางการเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกระดับความขัดแย้ง
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับความเคลื่อนไหวนี้บอกกับวอลล์สตรีท เจอร์นัล ด้วยว่า สหรัฐฯยังได้โยกย้ายกำลังพลออกจากฐานทัพทั้งหลาย ที่ถูกมองว่ามีความอ่อนแอเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแก้แค้นจากอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกรอบ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขของเขา ท่ามกลางการเจรจาที่ยังคงหยุดชะงัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายต่อทางตันในการเจรจา
สหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีระลอกล่าสุดในดินแดนอิหร่านเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และหลังจากนั้นยังได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันรวมถึงเรือลำอื่นๆ ของอิหร่านอีกด้วย ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ยิงโจมตีเรือพาณิชย์ที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เส้นทางที่กองทัพเรือสหรัฐฯกำหนดไว้ ซึ่งทางเตหะรานถือว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พวกเจ้าหน้าที่อิหร่านตอบโต้คำขู่ของทรัมป์ ด้วยการประกาศปกป้องประเทศ ในนั้นรวมถึง อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อเมริกาจะประสบกับความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่หลวงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถ้าเลือกเปิดปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ ขณะที่เพรสทีวี สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอิหร่าน รายงานเมื่อวันอังคาร(27ต.ค.) ว่าเตหะรานพร้อมสำหรับ "ทำสงครามเต็มรูปแบบ โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ"
ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสู้รบขึ้นอีกครั้ง เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปริมาณขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯที่ลดลง แต่ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อวิตกดังกล่าว โดยยืนยันว่ากองทัพมีกระสุนเพียงพอ
สงครามครั้งนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในหมู่ชาวอเมริกัน โดยผลสำรวจจากฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ร้อยละ 71 เชื่อว่ารัฐบาลของทรัมป์ไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้งดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 60 มองว่าการโจมตีอิหร่านเป็นความผิดพลาด
ส่วนผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิว องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่เผยแพร่เมื่อช่วงกลางเดือน พบว่ามีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งถึงร้อยละ 65 ที่ไม่พอใจกับแนวทางบริหารจัดการปฏิบัติการเล่นงานอิหร่านของทรัมป์ โดยมีเพียงร้อยละ 33 ที่เห็นด้วยกับเขา
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์/วอลล์สตรีท เจอร์นัล/เยรูซาเลมโพสต์)

