เกิดกระแสตอบโต้อย่างดุเดือดบนโลกออนไลน์ระหว่างผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียชาวจีนและชาวตุรกี โดยมีชนวนเหตุมาจากประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ชนชาติ-ภาษา ประวัติศาสตร์ และอธิปไตยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน
จุดเริ่มต้นของข้อพิพาทเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2569 ผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวตุรกีรายหนึ่งได้โพสต์เล่าประสบการณ์การพบปะกับหญิงชาวอุยกูร์จากมณฑลซินเจียง โดยผู้โพสต์ได้เอ่ยถามหญิงคนดังกล่าวว่าเธอนับว่าตนเองเป็น "ชาวเตอร์กิก" (Turkic) หรือไม่ แต่เธอตอบกลับไปว่า "ไม่ ฉันเป็นคนจีน" ทำให้ผู้โพสต์เรียกร้องให้เธอกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง
โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจนมียอดเข้าชมมากกว่า 2 ล้านครั้ง ก่อนที่บัญชีผู้ใช้ดังกล่าวจะถูกลบออกไป อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งได้ลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง โดยมีเครื่องมือแปลภาษาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวเร่งที่ช่วยให้ชาวเน็ตทั้งสองฝ่ายก้าวข้ามกำแพงภาษาเข้ามาโต้เถียงกัน
สถานการณ์โต้เถียงระหว่างชาวเน็จจีนและตุรกีทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อทางการตุรกีประกาศปรับเปลี่ยนแบบเรียนฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนการเรียกภูมิภาค "เอเชียกลาง" มาเป็นคำว่า "เตอร์กิสถาน" (Turkestan) ซึ่งขอบเขตของคำดังกล่าวผนวกรวมเอาพื้นที่บางส่วนของซินเจียง รวมทั้งมณฑลกานซู่และมณฑลชิงไห่ของจีนเข้าไปด้วย
ต่อมาในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว China News Service ได้นำบทวิเคราะห์จากบัญชีโซเชียลมีเดีย 'เสี่ยวยวนกุย' (Xiao Yuan Gui) มาเผยแพร่ซ้ำ โดยได้ระบุหัวข้อว่า "เตอร์กิสถาน? เพ้อเจ้อสิ้นดี!" พร้อมตอบโต้ว่าพื้นที่ซินเจียงไม่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ ดินแดน หรือวัฒนธรรมกับ 'เตอร์กิสถาน' ที่อุปโลกน์ขึ้นมาแต่อย่างใด
บทความดังกล่าวยังระบุเสริมว่า ความเชื่อมโยงทางภาษาไม่อาจนำมารวมกับกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนได้ และคำว่าเตอร์กิสถานไม่เคยเป็นรัฐหรือองค์กรอธิปไตยที่มีเอกภาพ แต่เป็นเพียงคำครอบจักรวาลที่ใช้เรียกพื้นที่อาศัยของชนเผ่าเร่ร่อนเตอร์กิกเท่านั้น การที่แบบเรียนใหม่ของตุรกีผนวกดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเข้าสู่แผนที่เตอร์กิสถาน ถือเป็นการบิดเบือนอธิปไตยทางประวัติศาสตร์ของจีนอย่างรุนแรง และเป็นการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลักดันความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์
อนึ่ง เขตปกครองตัวเองอุยกูร์มณฑลซินเจียงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีพรมแดนติดต่อกับกลุ่มประเทศเอเชียกลาง คาซัคสถาน คีรกีซสถาน ทาจิกีซสถาน เป็นต้น โดยซินเจียงเป็นถิ่นของชนเชื้อสายอุยกูร์ ซึ่งเป็นมุสลิมที่พูดภาษาเตอร์กิค ในประวัติศาสตร์ทั่วไประบุว่า ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ดินแดนส่วนหนึ่งของซินเจียงได้ประกาศเป็นรัฐเอกราช ชื่อว่า “เตอร์กิสถานตะวันออก”และปกครองตนเองอย่างมีอิสระอยู่ชั่วระยะสั้น ๆ กระทั่งจีนได้เข้ามาควบคุมอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2492
ซินเจียงถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและตุรกี เนื่องจากตุรกีมีประชากรชาวอุยกูร์อาศัยอยู่หลายหมื่นคน ซึ่งถือเป็นชุมชนพลัดถิ่นที่ใหญ่ที่สุดนอกเอเชียกลาง และตุรกีเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่วิพากษ์วิจารณ์จีนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ขณะที่ทางการจีนยืนยันว่านโยบายในภูมิภาคดังกล่าวมีขึ้นเพื่อต่อต้านแนวคิดของพวกลัทธิสุดโต่ง การแยกตัวเป็นเอกราช และการก่อการร้าย
ที่มา: South China Morning Post

