ผอ.JIC ชี้ หนัง “ภูผี” กัมพูชา หยิบเหตุการณ์ในอดีตมาฉายซ้ำ ปั่นกระแส ลั่นเรื่องเล่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำพิพากษา ภาพยนตร์ไม่ใช่หลักฐานทางกฎหมาย ไทยไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทุกประเด็นหรือหลงไปกับเกมสร้างกระแส
จากกรณีที่กัมพูชาได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “ស្រុកនាងកម្ពុ ភ្នំខ្មោច : Cambodia’s Second Killing Field” หรือ “โศกนาฏกรรมภูผี ทุ่งสังหารแห่งที่ 2 ของกัมพูชา” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการผลักดันผู้อพยพชาวกัมพูชากลับประเทศเมื่อปี 2522 โดยมีกำหนดฉายวันที่ 6 พ.ย.2569 นี้ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวว่า เรื่องเล่าที่ฝ่ายกัมพูชานำเสนอนั้นไม่ได้มีอะไรใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นการหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมาตีความและนำเสนอซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างต่างๆ จะเป็นความจริงหรือไม่ จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่การนำเสนอเรื่องราวจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง
พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า “เรื่องเล่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหาไม่ใช่คำพิพากษา และภาพยนตร์ไม่ใช่หลักฐานทางกฎหมาย” แม้เรื่องราวเหล่านั้นจะได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ก็ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างกลายเป็นความจริง หรือก่อให้เกิดสิทธิทางกฎหมายขึ้นโดยอัตโนมัติ
สำหรับการเผยแพร่ภาพยนตร์ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึง Netflix พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ภาพยนตร์ถือเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ผู้ชมสามารถรับชมและวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่จำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างเรื่องราวที่ถูกนำเสนอในภาพยนตร์กับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพราะการนำเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ไม่ได้ทำให้เนื้อหาดังกล่าวมีสถานะเป็นหลักฐานทางกฎหมาย
“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทุกประเด็น หรือปล่อยให้ฝ่ายใดเป็นผู้กำหนดวาระการสื่อสารของไทย” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว พร้อมระบุว่า ไทยไม่ควรหลงไปกับเกมการสร้างกระแส แต่ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎหมายระหว่างประเทศ และสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ หากมีการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ประเทศไทยมีหน้าที่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผลและหลักฐาน ไม่ใช่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ หรือขยายความขัดแย้งให้บานปลาย
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยควรมุ่งเดินหน้าไปข้างหน้า ไม่ติดอยู่กับการโต้เถียงเรื่องเล่าในอดีต แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเอาชนะสงครามเรื่องเล่าในทุกวัน แต่ต้องรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว” พร้อมยืนยันว่า “เราไม่เดินตามเกมเรื่องเล่า แต่เดินหน้าด้วยความจริง กฎหมาย และผลประโยชน์ของชาติ”

