ฝ่ายค้านยอมถอย เปิดทางซักฟอกรัฐบาล เตือนอย่าตั้งแง่เรื่องเวลา ชี้ 31 ปีในสภาไม่เคยเจอรัฐบาลที่กำหนดเงื่อนไขมากเท่านี้มาก่อน หวังให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าได้
ประเด็นเรื่องการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังถือเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายติดตาม โดยท่าทีล่าสุดของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน แสดงจุดยืนพร้อมยืดหยุ่นทั้งจำนวนวันและช่วงเวลาประชุม เพื่อให้กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดินหน้าต่อไปได้
ในเรื่องนี้ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตลอดระยะเวลา 31 ปีที่อยู่ในสภาฯ ไม่เคยพบรัฐบาลที่กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับวันอภิปรายไม่ไว้วางใจมากเท่ารัฐบาลชุดนี้ แม้ในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548 ซึ่งมีเสียงข้างมากอย่างมาก ก็ไม่เคยมีปัญหาในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากทุกฝ่ายเข้าใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการตรวจสอบฝ่ายบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และเป็นหลักการสำคัญของการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย
นายสาทิตย์กล่าวว่า ทุกรัฐบาลต่างมีภารกิจต้องดำเนินการในแต่ละวัน แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรเวลาให้สภาฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้กลับกำหนดกรอบเวลาอย่างจำกัด และทำให้การเจรจาระหว่างสองฝ่ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยยังไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า จากที่ได้พูดคุยกับประธานสภาผู้แทนราษฎร หากเลยช่วงปลายเดือนต.ค.ไปแล้ว สามารถตกลงเวลาบริหารกันเองให้เหลือ 4 วัน และอีก 1 วันลงมติได้ และไม่ติดขัดหากจะต้องประชุมในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ รวมถึงฝ่ายค้านยอมให้ขนาดว่า เนื่องจากรัฐมนตรีมี 18 คน วันไหนรัฐมนตรีคนใดติดภารกิจก็ให้เว้นว่างไปก่อน ไม่อภิปราย ดังนั้นเวลาที่ฝ่ายค้านให้ถือว่ากว้างมาก รัฐบาลไม่ควรใช้อำนาจบอกว่าไม่ว่าง จัดเวลาไม่ได้ ต้องจัดได้ ซึ่งกรอบเวลาก่อนปิดสมัยประชุมเหลืออีก 7 สัปดาห์นับแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป มองว่าช่วงที่เสร็จสิ้นจากการประชุมเอเปกที่จีนกลับมาในช่วงปลายพ.ย.สามารถจัดประชุมได้ แต่เท่าที่ดูวันที่ 7-11 พ.ย. รัฐบาลสามารถเปิดให้อภิปรายได้ แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงไม่ยอมให้อภิปรายช่วงนั้น

