วันนี้ (23 ต.ค. 2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) หรือ สคพ.7 เร่งติดตามและตรวจสอบกรณีปลาตายในพื้นที่ตำบลท่าตูม ตำบลบ้านทาม และตำบลหาดนางแก้ว อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอศรีมหาโพธิ ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและเชื่อมโยงแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเป็นระบบ
.
โดยเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 สคพ.7 ได้เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี จำนวน 4 จุด และเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี จำนวน 5 จุด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี พบว่าค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ในช่วง 2.5–7.5 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าแอมโมเนียในน้ำอยู่ในช่วง 0.559–3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับผลการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในตัวอย่างน้ำ พบว่ามีค่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
.
ขณะที่ผลการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในปลา ได้แก่ ปรอท แคดเมียม และสารหนู ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรีในช่วงเวลาเดียวกัน พบในระดับต่ำเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้างอาจส่งผลให้สารมลพิษในน้ำเกิดการเจือจาง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเจือจางดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ตรวจพบสารมลพิษในระดับต่ำ
.
นอกจากนี้ ผลการตรวจวัดยังพบอะลูมิเนียมในน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อประเมินแหล่งที่มาและความเกี่ยวข้องกับกรณีปลาตาย คพ. จึงมีแผนเก็บตัวอย่างตะกอนดินในแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำ โดยมุ่งเน้นพื้นที่รับน้ำจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อประเมินการสะสมของสารมลพิษในตะกอนดินและใช้ประกอบการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา
.
ทั้งนี้ คพ. จะติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์หาสาเหตุและเชื่อมโยงแหล่งกำเนิดมลพิษ นำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ พร้อมเผยแพร่ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
.
ก่อนหน้านี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งติดตามและแก้ไขปัญหาฟิล์มน้ำมันในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและควบคุมการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อแม่น้ำปราจีนบุรี ประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มอบหมายให้กองจัดการคุณภาพน้ำ (กจน.) และ สคพ.7 สระบุรี ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบคุณภาพน้ำและกำหนดมาตรการจัดการฟิล์มน้ำมันภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลดลง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
.
โดยเมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 2569) คพ. ได้รับการประสานข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการควบคุมและดูดซับฟิล์มน้ำมัน โดยติดตั้งทุ่นเพื่อดูดซับฟิล์มน้ำมันรวม 4 จุด ได้แก่ 1) สะพานคลองลำผักชี 2) สะพานบ้านโคกวัด 3) สะพานม่วงขาว คลองบางพลวง ซึ่งเป็นจุดที่เพิ่มเติม และ 4) สะพานหัวไผ่เทศน์ คลองบางพลวง เพื่อช่วยดักจับและลดการแพร่กระจายของฟิล์มน้ำมันในพื้นที่เสี่ยง
.
นอกจากนี้ ยังมีการใช้น้ำหมักชีวภาพในบริเวณทุ่งนาโดยรอบโรงงานบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อช่วยส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุและลดการปรากฏของฟิล์มน้ำมัน ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวต้องติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการตรวจสอบคุณภาพน้ำ เพื่อให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของมาตรการและกำหนดแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
......
Sondhi X

