xs
xsm
sm
md
lg

รวบ “มังกรซ่อนกาย” หนุ่มจีนถือพาสปอร์ตกัมพูชาพรางตัว หนีหมายจับคดีตุ๋นคริปโต เสียหายกว่า 100 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผบช.สตม. สั่งล่า “มังกรซ่อนกาย” รวบหนุ่มจีนถือพาสปอร์ตกัมพูชาอำพรางตัว หนีหมายจับคดีตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ ลงทุนคริปโต เสียหายกว่า 100 ล้าน

วันนี้ (23 ต.ค.) พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการเจ้าหน้าที่ตม.จว.ชลบุรี และตม.จว.สมุทรปราการ ตามรวบหนุ่มชาวจีนวัย 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ คดีฉ้อโกงหลอกชาวจีนลงทุนสกุลเงินดิจิทัล อ้างผลตอบแทนสูงแต่ไม่มีการลงทุนจริง สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หลังใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาพำนักในประเทศไทยเพื่ออำพรางตัวตน ก่อนตามจับได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี


การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและติดตามจับกุมชาวต่างชาติที่หลบหนีหมายจับ รวมถึงผู้ที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย โดยมี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. รับนโยบายและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด


จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ถือสัญชาติกัมพูชาอีกสัญชาติหนึ่ง และใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการพำนักอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่มีหมายจับในข้อหา “ฉ้อโกง” ของศาลแขวงพระนครเหนือ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจากแหล่งข่าวและเฝ้าสะกดรอยจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

กระทั่งวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว พบผู้ต้องหาอยู่ภายใน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


สำหรับพฤติการณ์ในคดี ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายชาวจีนให้นำเงินมาร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่แท้จริงแล้วไม่มีการลงทุนตามที่กล่าวอ้าง ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ได้กำชับทุกหน่วยในสังกัดให้เร่งรัดติดตามจับกุมชาวต่างชาติที่หลบหนีคดี โดยเฉพาะผู้ที่ถือหลายสัญชาติหรือใช้หนังสือเดินทางต่างประเทศเพื่อปกปิดตัวตน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิด และ สตม. พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด