“สีหศักดิ์” ชี้กรณีสถานทูตจีนออกประกาศเตือนพลเมืองระวังเดินทางมาไทย จะถูกลักพาตัวและหลอกลวงไปทำงาน ควรสื่อสารระดับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม หวั่นสร้างความตื่นตระหนกกระทบความเชื่อมั่น ย้ำรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทุกชาติ พร้อมตรวจสอบ-ช่วยเหลือผู้เสียหาย ชี้ขบวนการเป็นเครือข่ายข้ามชาติ ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าถูกหลอกลวงมาจากที่ใด
วันนี้ (21 ต.ค. 2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยออกประกาศเตือนเป็นภาษาจีน ขอให้พลเมืองจีนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางมายังประเทศไทย หลังมีรายงานชาวจีนถูกหลอกด้วยข้อเสนอทำงานและตกเป็นเหยื่อขบวนการลักพาตัวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ และไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศยังคงมีความเชื่อมั่นในการเดินทางมายังประเทศไทย แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย หน่วยงานไทยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การออกคำเตือนการเดินทางถือเป็นสิ่งที่แต่ละประเทศสามารถดำเนินการเพื่อดูแลพลเมืองของตนเองได้ แต่ควรประเมินระดับความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และระมัดระวังการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารที่อาจสร้างความตื่นตระหนกเกินความจำเป็น เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ย้ำว่า การป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงเป็นเรื่องสำคัญ โดยประเทศไทยพร้อมตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายหรือการจำกัดเสรีภาพของบุคคล
สำหรับกรณีการหลอกลวงด้วยข้อเสนอทำงาน นายสีหศักดิ์ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลสัญชาติไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นลักษณะของเครือข่ายที่มีบุคคลจากหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ผู้เสียหายถูกชักชวนหรือหลอกลวงมาจากที่ใด รวมถึงใครเป็นผู้จัดการเดินทางและเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว
ส่วนรายงานที่ระบุว่าอาจมีชาวจีนบางส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักพาตัวนั้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไม่ต้องการกล่าวโทษบุคคลจากเรื่องสัญชาติ แต่ควรมุ่งไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และใช้ข้อมูลจากทั้งฝ่ายไทยและจีนร่วมกันติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางป้องกันที่ชัดเจน
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจะต้องมุ่งไปที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ดำเนินการเฉพาะเมื่อเกิดเหตุแล้ว เนื่องจากขบวนการหลอกลวงสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการและช่องทางในการชักชวนผู้เสียหายได้ตลอดเวลา
รัฐบาลไทยจึงพร้อมทำงานร่วมกับทางการจีน ทั้งการตรวจสอบข้อมูล การป้องกันการลักลอบนำพาบุคคลข้ามแดน และการดำเนินการกับเครือข่ายอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เดินทาง และรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทย

