xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กนพ-เดอะตี๋บุกพัทยารวบชายจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพลคดีบ่อน พบแจ้งสัญชาติเท็จลูกสาวกับชายไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (21 ต.ค. 2569) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3, และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ตม.จว.ชลบุรี) เข้าจับกุมตัว นายเจียน ลู่ หลี่ (MR. JIANLU LI) หรือ นายหลี่ อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ภายในบ้านพักส่วนตัวในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากล (INTERPOL RED NOTICE) ที่ทางการจีนต้องการตัว ในคดีเกี่ยวกับการดำเนินกิจการบ่อนพนัน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,500 ล้านบาท
.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2568 จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักดังกล่าว ตรวจพบนางยู รุ่ย หวัง (MRS. YOURUI WANG) หรือ นางหวัง อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราวโดยอาศัยเหตุอุปการะบุตรสัญชาติไทย และพบ ด.ญ.เกสรา เด็กหญิงสัญชาติไทยอายุ 2 ปี อยู่ภายในบ้าน จึงเกิดข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด จากการตรวจสอบสูติบัตร พบว่ามีชื่อชายไทยอายุ 22 ปี เป็นบิดาของเด็ก เจ้าหน้าที่จึงเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจพิสูจน์ DNA เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ผลตรวจพบว่าชายไทยที่มีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตร ไม่มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็ก ขณะที่นายเจียน ลู่ หลี่ (MR. JIANLU LI) ผู้ต้องหาชาวจีน กลับมีผลยืนยันว่าเป็นบิดาโดยสายเลือดของเด็ก
.
ทั้งนี้ ตม.ชลบุรีได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้สำนักทะเบียนเมืองพัทยาพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสถานะทางทะเบียนและสัญชาติของเด็กตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการเสนอเพิกถอนสัญชาติไทยของบุตรคนจีนดังกล่าวต่อไป พร้อมทั้งสืบสวนขยายผลขบวนการสวมสิทธิ์และรับจ้างเป็นบิดากระดาษ พร้อมขยายผลถึงผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการรับรองบิดาโดยมิชอบ ขณะเดียวกันได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนางยู รุ่ย หวัง (MRS. YOURUI WANG) หรือ นางหวัง ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา กรณีนำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปใช้ประกอบการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
.
​พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้เร่งกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติและคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเร่งสืบสวน ปราบปราม และผลักดันคนต่างด้าวที่กระทำผิด ตามแนวทาง “ไปสืบ ไปปราบ ไปหา ไปวิเคราะห์ข้อมูล แล้วจับส่งออกไป อย่าให้อยู่ในประเทศเรา” หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สตม. 1178 หรือ เว็บไซต์ www.immigration.go.th
......
Sondhi X