xs
xsm
sm
md
lg

ขายหุ้นแล้วจบหรือไม่? บัญชีทรัพย์สินอาจยังไม่จบ...แต่เว็บพนันมัดตัว!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เรื่องของ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ กับสามี “ไท่หยาง จาง” มีความคืบหน้าอีกครั้ง

หลังจากวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทั้ง สุชาดาและสามี เข้าให้ข้อมูลกับ DSI ขณะที่ “ศิริโชค โสภา” อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ที่ตามขุดเรื่องนี้ ก็ได้เข้าให้ข้อมูลกับ DSI ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle.com ด้วยเช่นกัน

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เราควรแยกเรื่องนี้ออกเป็นสองปม เพราะคำชี้แจงเรื่องหนึ่งอาจตอบคำถามได้บางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตอบคำถามอีกเรื่องหนึ่งได้ทั้งหมด

ปมแรก เรื่องบัญชีทรัพย์สิน

“สุชาดา” ชี้แจงในประเด็นที่ว่าสามีเคยถือหุ้นในธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ และขายหุ้นไปแล้วก่อนที่ตนเองจะเป็น สส. จึงไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน


เมื่อชี้แจงอย่างนี้ ถ้าจะให้สังคมเชื่อ ก็ต้องใช้หลักฐานในการตอบด้วยว่า ขายเมื่อไหร่ มีหลักฐานการโอนหุ้นอย่างไร และในวันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน หุ้นนั้นยังเหลืออยู่ในความครอบครอง หรือมีสิทธิประโยชน์อะไรที่ต้องแจ้งหรือไม่ ?

เรื่องนี้ต้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเอกสาร และช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกันไป จะสรุปว่าผิดหรือไม่ผิด จากคำว่า “ขายหุ้นแล้ว” เพียงประโยคเดียว ไม่ได้

เอาล่ะ ต่อให้ปมบัญชีทรัพย์สินคลี่คลายว่าไม่ได้แจ้งเท็จ หรือจงใจปกปิด แต่ก็ยังมีอีกคำถามหนึ่งที่ต้องตอบ นั่นคือ เรื่องธุรกิจพนันออนไลน์ เพราะ “สุชาดา” ยอมรับเองว่า สามี ถือหุ้นบริษัทพนันออนไลน์จริง

วันที่ 20 ตุลาคม “ศิริโชค” เข้าให้ข้อมูลกับ DSI โดยระบุว่า ประเด็นที่เขานำมาให้ข้อมูล ไม่ใช่แค่เรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน แต่เป็นเรื่องความเกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์ และความเป็นไปได้ ที่จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับอำนาจรัฐ

เพราะ “สุชาดา” ยอมรับว่า รับทราบเรื่องที่สามีเกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์ ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE ที่มีหน้าที่โดยตรงในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์

ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง คำถามที่ต้องถามต่อก็คือ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนั้น “สุชาดา” รับทราบเรื่องธุรกิจดังกล่าวในระดับไหน? มีหน้าที่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บพนันอย่างไร?

และที่สำคัญ มีหลักฐานหรือไม่ว่า อำนาจหน้าที่ของรัฐ ถูกใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว?

พูดง่ายๆว่า รู้ว่าสามีตัวเองมีหุ้นเว็บพนัน แต่ตัวเธอเองไปนั่งเป็น เลขารัฐมนตรี ที่มีหน้าที่ปราบปรามเว็บพนัน แล้วอย่างนี้จะปฏิเสธว่าไม่เคยเอื้อธุรกิจของสามี คนจะเชื่อหรือไม่

นี่แหละ คือประเด็นที่ต้องตรวจสอบให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยให้คำกล่าวอ้างว่า “ขายหุ้นไปแล้ว” กลายเป็นคำตอบของทุกคำถาม
อีกเรื่องที่ต้องตรวจสอบ คือเว็บ Shuffle.com


“ศิริโชค” ตั้งข้อสังเกตว่า เว็บไซต์ดังกล่าว ยังเปิดให้บริการจนถึง วันที่ 8 ตุลาคม 2569 และระบุว่า มีข้อมูลธุรกรรมผ่านคริปโต ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเกือบ 10,000 ครั้ง มูลค่ากว่า 118 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ “ศิริโชค”นำมาเปิดเผย ซึ่งต้องให้ DSI ตรวจสอบแหล่งที่มา ความถูกต้องและความเชื่อมโยงของธุรกรรมอีกครั้ง

หากพบว่ามีการให้บริการพนันแก่คนไทยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ต้องขยายผลว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ ใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ และเส้นทางการเงินนำไปถึงใครบ้าง

แต่ถ้าจะตั้งข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงให้ได้ด้วยว่า ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ มีความสัมพันธ์กับผู้ใช้อำนาจรัฐ ซึ่งก็คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ อย่างไร และมีการตัดสินใจหรือการกระทำใด ที่เอื้อประโยชน์ให้กันหรือไม่

เรื่องนี้ ต้องตรวจสอบกันอย่างตรงไปตรงมา และไม่ควรจบลงด้วยการโต้เถียงว่า ใครรู้จักใคร ใครกำลังจับแพะชนแกะ หรือใครกำลังสร้างกระแส

ทางที่ดีที่สุดคือ เอาหลักฐานมาวางบนโต๊ะ แล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามหน้าที่

สุดท้ายสรุปว่า เรื่องนี้มีสองประเด็นหลัก ที่สังคมอยากได้คำตอบ

ข้อแรก เรื่องบัญชีทรัพย์สิน มีการยื่นข้อมูลครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?

ข้อสอง เรื่องธุรกิจพนันออนไลน์ มีใครได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจนั้น และมีหลักฐานเชื่อมโยงกับการใช้อำนาจรัฐหรือไม่?

สองคำถามนี้ เป็นคนละเรื่องกัน และต้องตอบแยกกัน ด้วยพยาน หลักฐาน

ถ้าขายหุ้นจริง ก็ตรวจสอบหลักฐานการขายหุ้น

ถ้าธุรกิจพนันผิดกฎหมาย ก็ต้องตามเส้นทางเงิน และผู้รับผลประโยชน์

และถ้ามีข้อสงสัยว่าอำนาจรัฐถูกใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใคร ก็ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใคร มีตำแหน่งอะไร หรืออยู่พรรคไหนก็ตาม


เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นแค่คนออกมาชี้แจง แต่ต้องการเห็นว่า หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคนได้หรือไม่

ขายหุ้นแล้ว อาจเป็นคำตอบของเรื่องหุ้น แต่จะเป็นคำตอบของเรื่องเว็บพนัน และผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐาน!

ถ้าตรวจสอบแล้ว ผิดทั้งสองประเด็น นอกจากโทษอาญาแล้ว ก็เข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วย