"ไอ้ป๋อง-ธง" กลับคำรับสารภาพทุกข้อหา คดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซีย หลังก่อนหน้านี้“ไอ้ป๋อง” ปากแข็ง ปฏิเสธฆ่า 2 พี่น้องรัสเซียโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาข่มขืน ส่วน“ธง” รับสารภาพข่มขืน แต่ปัดไม่ได้ฆ่า ศาลนัดสืบพยาน 30 พ.ย.นี้
วันนี้ (20 ต.ค.2569) ศาลจังหวัดพัทยา นัดพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อ.1038/2569 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ฟ้อง นายฑณา หรือ “ไอ้ป๋อง” เกิดทอง อายุ 43 ปี และนายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล อายุ 39 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 แล้ว รวม 9 ข้อหาด้วยกัน ประกอบด้วยข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ
กรณีนายฑณา หรือ "ป๋อง" จำเลยที่ 1 และนายธงชัย หรือ "ธง" จำเลยที่ 2 ร่วมก่อเหตุชิงทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา และฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ในการพิจารณา น.ส.ซารินา นาซิโมวา แม่ผู้เสียชีวิต พร้อมทนายความและล่ามภาษารัสเซีย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ขณะที่อัยการ ยืนยันสถานะความเป็นแม่ผู้เสียชีวิตและไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 มาตรา 277 ทวิ และมาตรา 289 ส่วนข้อหาอื่นที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ศาลไม่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์
ส่วนจำเลยทั้ง 2 คน กลับคำรับสารภาพทุกข้อหา หลังจากนัดสอบคำให้การเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จำเลยทั้ง 2 คน รับสารภาพบางข้อหา
ซึ่งนายฑณา หรือ “ไอ้ป๋อง” ให้การปฏิเสธ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
ส่วนนายธงชัย หรือ"ธง" ให้การปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่รับสารภาพข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
ล่าสุด หลังศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้อง จำเลยทั้ง 2 คนเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้องของอัยการโจทก์ทุกประการ
นอกจากนี้นายฑณา หรือ “ไอ้ป๋อง” ยังรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลย ในคดีอาญาหมายเลขแดงของศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งอัยการขอให้เพิ่มโทษตามคำฟ้อง แต่เนื่องจากคดีมีข้อหาที่มีอัตราโทษสูง อัยการโจทก์จึงขอสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ ศาลมีคำสั่งนัดสืบพยานในวันที่ 30 พ.ย.นี้
ด้าน นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา ซึ่งเป็นทนายความร่วมสอบ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นนัดคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้ จำเลยทั้งสองฟังจนเข้าใจแล้ว ว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องมาหลายข้อหา แม้จะต่อสู้ประเด็นข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ก็ยังมีข้อหาอื่นที่อัตราโทษประหารชีวิต ถ้าไม่ต่อสู้ ก็ยังมีเหตุบรรเทาโทษ ก็ขึ้นอยู่กับจำเลยว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ
สุดท้ายจำเลยทั้งสองจึงเปลี่ยนคำให้การ ที่เคยให้การไว้ครั้งที่แล้ว จากรับสารภาพเพียงบางข้อหา เป็นขอให้การรับสารภาพทุกข้อหา ศาลจึงนัดสืบพยาน ในวันที่ 30 พ.ย.2569

