หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการหารือว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เสนอให้มีการประชุมสุดยอดในเดือนหน้ากับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เพื่อเจรจาหาทางยุติความขัดแย้งในยูเครนที่ยืดเยื้อมา 4 ปี ในแบบที่จะส่งผลดีต่อมอสโก
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นระหว่าง ทรัมป์ และ ปูติน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงซื้อน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย และลงนามในคำสั่งยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรสำคัญๆ ต่อมอสโกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16)
WSJ อ้างแหล่งข่าวจากอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียที่ได้รับทราบเรื่องนี้ว่า ข้อเสนอของ ปูติน เกิดขึ้นในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งเป็นผลให้เกิดข้อตกลงซื้อดีเซลระหว่างสองประเทศด้วย
ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นจากรอยเตอร์ ขณะที่ทำเนียบเครมลินก็ไม่สามารถติดต่อได้นอกเวลาทำการปกติ สถานทูตรัสเซียและจีนในกรุงวอชิงตันไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในทันทีเช่นกัน
รายงานของ WSJ ระบุว่า เครมลินเสนอให้จัดการเจรจา 3 ฝ่ายคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ที่กำลังจะมาถึง การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน ที่เมืองเซินเจิ้น
ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ยืนยันกับ WSJ ว่า มีการหารือเกี่ยวกับการประชุมที่อาจเกิดขึ้น
“ยังไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการประชุมหรือวาระการประชุม แต่ทั้ง 3 ฝ่ายยอมรับความเป็นไปได้ในการประชุมดังกล่าว” เขากล่าวกับ WSJ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ บอกกับ WSJ ว่า ทรัมป์ยังไม่เห็นด้วยกับการประชุมสุดยอดดังกล่าว แต่เขาอาจเปิดรับแนวคิดนี้
ข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซลของ ทรัมป์ กับ ปูติน และคำสั่งบริหารที่ยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรต่อมอสโก ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งเตือนว่ามันจะยิ่งทำให้ ปูติน ฮึกเหิมและยืดเยื้อสงครามออกไป
ที่มา: รอยเตอร์

