xs
xsm
sm
md
lg

วอดวายหมด! พบมีธุรกิจกว่า 1,500 แห่ง เสียหาย-ถูกปล้น ระหว่างเหตุจลาจลเผาบ้านเผาเมืองทั่วฝรั่งเศส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มีห้างร้านและร้านค้าปลีกประมาณ 1,500 แห่งได้รับความเสียหายระหว่างเหตุประท้วงในฝรั่งเศสเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนมากในนั้นถูกปล้นสะดม จากการเปิดเผยของกลุ่มการค้ากลุ่มหนึ่งในวันอาทิตย์(18ต.ค.) พร้อมคาดการณ์ตัวเลขความเสียหายน่าจะแตะระดับหลายร้อยล้านยูโร

อเล็กซานแดร์ บอมพาร์ด ประธานประธานสมาพันธ์การค้าและการค้าปลีกให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ LCI บอกว่าความเสียหายดังกล่าวจะทำให้ภาคธุรกิจต้องสูญเสียเงินเป็นมูลค่า "หลายร้อยล้านยูโร" อย่างไรก็ตามเขาชี้ว่ายังเร็วเกินไปที่จะให้ตัวเลขคาดการณ์ที่แน่ชัด


รถยนต์หลายคันถูกจุดไฟเผาและร้านค้าจำนวนมากถูกปล้นในกรุงปารีสเมื่อวันเสาร์(17ต.ค.) ในขณะที่ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำยาและการฉีดน้ำเข้าสลายการชุมนุมของผู้ประท้วง ระหว่างการเดินขบวนทั่วประเทศ แสดงความคร่ำครวญกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆและแสดงจุดยืนสนับสนุนข้อร้องเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา

บริเวณจัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปารีส ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและใช้ปืนฉีดน้ำแรงกดดันสูง เข้าใส่พวกผู้ประท้วงที่สวมฮู้ดและหน้ากาก ที่ขว้างปาพลุไฟ ก้อนหินและวัตถุอื่นๆเข้าใส่เจ้าหน้าที่


ผู้สื่อข่าวของเอพีรายงานว่า พบกลุ่มควันสีดำหนาทึบลอยขึ้นมาจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะอื่นๆ ที่กำลังถูกไฟเผาไหม้ นอกจากนี้ ถังขยะและซุ้มร้านค้าแห่งหนึ่งยังถูกจุดไฟเผาเช่นกัน ร้านค้าและห้างร้านหลายแห่งถูกปล้นสะดม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น

สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รายงานเกี่ยวกับ "เหตุการณ์ความรุนแรงที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ" ในนั้นรวมถึงเหตุทำร้ายตำรวจ ปล้นสะดมและก่อความเสียหายแก่อาคารราชการ


ตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วงไปหลายพันคนทั่วประเทศ ในนั้นรวมถึงกรุงปารีส นอกจากนี้แล้วเจ้าหน้าที่ยังพยายามขัดขวางพวกผู้ชุมนุมกลุ่มเล็กๆ จากรวมตัวบริเวณใกล้เคียงอาคารราชการต่างๆ

ในการชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงตอบรับการเรียกร้องบนสื่อสังคมออนไลน์ให้รื้อฟื้นขบวนการ "เสื้อกั๊กเหลือง(Yellow Vest)" ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2018 สำหรับประท้วงต่อต้านความไม่เป็นธรรมในสังคม

แต่ในคราวนี้ กลุ่มผู้ประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล ในขณะที่ราคาเชื้อเพลิง พลังงาน และอาหารพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

(ที่มา:ยูโรนิวส์/เอเอฟพี/เอพี)