xs
xsm
sm
md
lg

สุดทน! ทสม.ระยอง แฉขยะอิเล็กทรอนิกส์นับหมื่นตันกองในโกดังนิคมพัฒนา จี้เอาผิดนายทุน-เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ระยอง - ประธานเครือข่าย ทสม.ระยอง ประกาศไม่สนับสนุนกลุ่มทุนที่นำเข้ากากอุตสาหกรรมอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ชี้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบข่าวลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมตามบ่อลูกรังและไร่สับปะรดหลายแห่ง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมานานกว่า 12 ปี และดำรงตำแหน่งประธานเครือข่าย ทสม.จังหวัดระยองมาแล้ว 4 สมัย รวมถึงเคยเป็นกรรมการอำนวยการเครือข่าย ทสม.ภาคตะวันออกและภาคกลาง โดยที่ผ่านมาได้พบปัญหาบุกรุกทำลายป่าและลักลอบขุดทรัพยากรธรรมชาติ แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอันตรายและฝังกลบสารเคมีในบ่อลูกรังหรือบ่อทรายเก่า

นายสุรินทร์ กล่าวว่า แม้การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกภายใต้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะมีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ แต่หากมีผู้ประกอบการบางรายกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการนำเข้าเครื่องจักรเก่า การสำแดงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม หรือการลักลอบกำจัดของเสีย ย่อมสร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีการคัดแยกวัสดุที่มีมูลค่าออกไป แล้วนำเศษวัสดุที่เหลือไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง

ประธานเครือข่าย ทสม.ระยอง ยังระบุว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมตามบ่อลูกรังและพื้นที่ไร่สับปะรดในจังหวัดระยอง แต่ตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่เห็นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างชัดเจน พร้อมยกกรณีบริษัทระยองอินดัสเตรียล จำกัด ในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา ซึ่งมีพื้นที่กว่า 90 ไร่ และถูกตรวจสอบกรณีการจัดเก็บกากอุตสาหกรรมอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณนับหมื่นตัน

นายสุรินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบ มีชุดเฉพาะกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เข้าตรวจค้นตามหมายศาล ก่อนมีคำสั่งปิดโรงงานและส่งเรื่องดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร การใช้อาคาร และการติดตั้งหรือใช้เครื่องจักร เป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องให้หน่วยงานผู้มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงอย่างเป็นทางการ

“ในนามเครือข่าย ทสม.จังหวัดระยอง เราไม่สนับสนุนนายทุนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่นำกากอุตสาหกรรมอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาสร้างปัญหาในประเทศไทย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อดิน น้ำ ป่า อากาศ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” นายสุรินทร์กล่าว

นายสุรินทร์ ยืนยันว่า เครือข่าย ทสม.จะเดินหน้าทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตและกำกับดูแลเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ก็พร้อมใช้กระบวนการทางศาลเป็นที่พึ่ง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดระยองและประเทศให้ยั่งยืนต่อไป