ฉะเชิงเทรา - น้ำท่วมใหญ่ฉะเชิงเทรายังไม่คลี่คลาย แม้ระดับน้ำบางพื้นที่ลดลง แต่ชาวบ้านบางคล้ายังเผชิญน้ำท่วมขังนานกว่า 20 วัน กระทบถึงการจัดพิธีศพ พบผู้เสียชีวิตหลายรายต้องเก็บศพไว้ในโลงเย็นรอประกอบพิธี ขณะที่น้ำเน่าเสียสร้างความกังวลเรื่องโรคระบาด
วันนี้(15 ต.ค.) นายสุรัตน์ จรกรรณ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 2 อ.บางคล้า เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคตะวันออกที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 วัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างหนัก รวมถึงการประกอบพิธีทางศาสนาให้แก่ผู้เสียชีวิต ทั้งจากอุบัติเหตุในช่วงน้ำท่วม ผู้ป่วย และผู้สูงอายุที่เสียชีวิตในช่วงเกิดเหตุ
ตัวอย่างที่วัดบางกระเจ็ด ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า มีศพชายผู้ป่วยและชายสูงอายุรวม 2 ราย เก็บรักษาไว้ในโลงเย็นภายในศาลาวัดเพื่อรอญาติจัดพิธีสวดพระอภิธรรม โดยบริเวณวัดยังมีน้ำท่วมสูงเกือบถึงหัวเข่า แม้ลดลงจากช่วงที่ท่วมสูงเหนือเอว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ส่วนที่วัดลาดบัวขาว ต.หัวไทร อ.บางคล้า ยังมีศพชายวัยประมาณ 50 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการลื่นล้มในช่วงน้ำท่วมสูง เก็บรักษาไว้ในโลงเย็นรอประกอบพิธีเช่นกัน
นายสุรัตน์กล่าวว่า คาดว่ายังมีผู้เสียชีวิตที่รอจัดพิธีทางศาสนาในพื้นที่อื่นอีก หากระดับน้ำลดลงเป็นปกติ อาจมีการจัดพิธีศพพร้อมกันหลายวัด นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงปัญหาน้ำเน่าเสียจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคฉี่หนูและโรคน้ำกัดเท้า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำและสนับสนุนยาป้องกันหรือรักษาโรคให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 5 สมัย ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานกว่า 20 ปี ลงพื้นที่บ้านคูมอญ หมู่ 3 ต.หัวไทร อ.บางคล้า นำข้าวสาร ไข่ไก่ เนื้อสุกรสด และเส้นก๋วยเตี๋ยว ไปสนับสนุนโรงครัวชั่วคราวของชุมชน พร้อมทำผัดไทยบรรจุกล่องด้วยตนเองและครอบครัว ส่งต่อให้ผู้นำชุมชนนำไปแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยใช้เงินทุนส่วนตัวร่วมกับเงินและสิ่งของสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา
นายกิตติระบุว่า ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม โดยนำวัตถุดิบไปสนับสนุนโรงครัวในหลายพื้นที่ ทั้ง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม ต.คลองอุดมชลจร และ ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา รวมถึง อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.แปลงยาว โดยเน้นให้แต่ละชุมชนปรุงอาหารสดใหม่ในพื้นที่ เพื่อป้องกันอาหารบูดเสียก่อนถึงมือประชาชน พร้อมยอมรับว่าไม่เคยเห็นน้ำท่วมฉะเชิงเทรารุนแรงและเป็นวงกว้างขนาดนี้มาก่อน ตลอดชีวิตที่กำลังจะอายุครบ 80 ปีในปีนี้
เมื่อถูกถามว่าจะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นายกิตติไม่ได้ตอบโดยตรง แต่ระบุว่าปัจจุบันไม่มีตำแหน่งทางการเมืองมานานเกือบ 2 ปีแล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำใน จ.ฉะเชิงเทรา วันที่ 15 ต.ค. ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำลดลงจากวันก่อนประมาณ 10 เซนติเมตร และลดลงราว 60 เซนติเมตรจากระดับสูงสุดใน ต.หัวไทร อ.บางคล้า ทำให้บริเวณสี่แยกหัวไทรหน้าวัดหัวไทรไม่มีน้ำท่วมบนผิวจราจรแล้ว แต่ยังมีน้ำขังภายในวัดและบ้านเรือนประชาชน
ขณะที่เขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรายังคงมีน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเอ่อล้นและผุดขึ้นจากฝาท่อระบายน้ำเข้าท่วมพื้นที่เป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่ายหรือเย็น ก่อนระดับน้ำจะลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำที่ระบายลงมาจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก ยังมากกว่าความสามารถในการรองรับของลำน้ำ ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูงขัดขวางการระบายออกสู่อ่าวไทย ส่งผลให้บางจุดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร และบางแห่งสูงเหนือฟุตบาทจนไหลเข้าร้านค้า ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งจึงต้องใช้กระสอบทรายและแนวกำแพงกั้นน้ำเพื่อป้องกันความเสียหาย

