xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาร่อนหนังสือฟ้อง UN ป้ายสีไทยซ้ำซาก กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง-รุกล้ำดินแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - กัมพูชากล่าวหาไทยว่ายังรุกล้ำอาณาเขตของตน และเรียกร้องให้เริ่มการเจรจาปักปันเขตแดนอีกครั้งในจดหมายถึงสหประชาชาติ

จดหมายที่ลงวันที่ 29 กันยายน และเผยแพร่เป็นเอกสารของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ระบุว่าพลเรือนมากกว่า 20,000 คน ยังคงไม่สามารถกลับบ้านได้ เนื่องจากสิ่งที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยยังคงยึดครองและขัดขวางพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาท

สื่อกัมพูชารายงานว่าจดหมายดังกล่าวที่ลงนามโดยผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ เป็นการตอบโต้คำกล่าวของเอกอัครราชทูตไทยในระหว่างการอภิปรายประจำปีของสมัชชาใหญ่เมื่อวันที่ 28 กันยายน

กัมพูชากล่าวหาไทยว่านำเสนอเรื่องราวบิดเบือนเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดน และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

ตามที่ระบุในจดหมาย กัมพูชาอ้างว่ากองทัพไทยเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อที่มั่นของกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

กัมพูชาระบุว่าความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม และกลายเป็นการโจมตีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับรถถัง ปืนใหญ่ เครื่องบินรบ โดรน และระเบิดลูกปราย

จดหมายดังกล่าวยังกล่าวหาเพิ่มว่ากองกำลังทหารของไทยยังคงรุกเข้ามาในดินแดนกัมพูชาหลังจากการหยุดยิงตามคำแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

กัมพูชาอ้างว่ากิจกรรมเหล่านั้น ประกอบด้วยการสร้างค่าย ติดตั้งลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ และการย้ายตำแหน่งชายแดนไปยังพื้นที่ที่กัมพูชาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอธิปไตยของตน

กัมพูชายังปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยเกี่ยวกับสิ่งที่กรุงเทพฯ ระบุว่าเป็นทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ใหม่ โดยกล่าวอ้างว่าการไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลควรได้รับการประเมินผ่านการตรวจสอบหลักฐานที่อิสระและโปร่งใส พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาร่วมกันอย่างอิสระและเป็นกลาง

จดหมายของกัมพูชายังระบุอีกว่า กัมพูชามุ่งมั่นต่ออนุสัญญาดังกล่าวผ่านประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากทุ่นระเบิดหลังความขัดแย้งที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ พร้อมกับเรียกร้องให้ไทยกลับมาดำเนินการสำรวจและกำหนดเขตแดนอีกครั้งผ่านทางคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม โดยระบุว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถช่วยแก้ไขการอ้างสิทธิดินแดน และสร้างเขตแดนที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ

กัมพูชายังกล่าวหาว่าไทยปฏิเสธคำเชิญให้กลับมาดำเนินงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า และปฏิเสธสิ่งที่ระบุว่าเป็นการพึ่งพาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกิจกรรมทางทหารในปัจจุบัน

จดหมายยังระบุด้วยว่าพื้นที่ที่กล่าวหาว่าถูกยึดครองโดยกองทัพไทยได้ขยายออกไปเกินกว่าที่แสดงไว้ในแผนที่ฝ่ายเดียวของไทย โดยอ้างอิงถึงแผนที่ที่แนบไว้ในภาคผนวกของเอกสาร

กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ งดเว้นการกระทำฝ่ายเดียวที่อาจเพิ่มความตึงเครียด และยุติกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่

จดหมายยังกล่าวถึงความตึงเครียดระหว่างสองประเทศในวงกว้าง รวมถึงข้อพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิทางทะเล โดยกัมพูชากล่าวว่าไทยตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางทะเล แม้ว่าพนมเปญจะคัดค้านก็ตาม

กัมพูชากล่าวว่าการกระทำดังกล่าวทำให้กัมพูชาต้องเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

นอกจากนี้ กัมพูชายังได้ปฏิเสธคำกล่าวของไทยที่ว่ากัมพูชากำลังพยายามทำให้ข้อพิพาทเป็นเรื่องระหว่างประเทศ โดยโต้แย้งว่าการใช้กลไกที่จัดตั้งขึ้นภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศเป็นวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายในการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสันติ.