ตาก - นักธุรกิจ พ่อค้าภาคเอกชนชายแดนตาก ดาหน้าชงสารพัดปัญหา ผ่านเวทีผู้ว่าฯป้ายแดง ตระเวนลงพื้นที่..ซัดมาตรการ 3 ตัด ยันประกาศกลาโหม ทำเศรษฐกิจแม่สอดซบเซาสุดเท่าที่เคยทำมาค้าขายมาร่วมครึ่งศตวรรษ ขณะที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์-ขบวนการสแกมเมอร์ ยังโตวันโตคืน
นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าฯตาก,นายอาทร พิมชะนก - นางสุนีย์ บุษพันธ์ รองผู้ว่าฯ ได้ลงพื้นที่พบผู้บริหารหอการค้าจังหวัดตาก, สภาอุตสาหกรรม , สมาคมขนส่งสินค้าจังหวัดตาก และภาคธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งหมดเกือบ 100 คน ต้นสัปดาห์นี้ เพื่อรับความคิดเห็น และเสนอแนะปัญหาต่างๆ ของจังหวัดตาก
โดยเฉพาะเรื่องปัญหาเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตากซบเซามาก พ่อค้า นักธุรกิจได้รับความเดือดร้อน เช่นปัญหาการส่งสินค้าออก การขนสินค้าที่มีปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคากระทบต่อการขนส่งสินค้า และการนำเข้าโคกระบือ แพะ แกะ ที่ไม่ยอมให้เข้ามานานแล้ว
และรุนแรงมากที่สุดคือ ผลพวงจากมาตรการ 3 ตัด ที่รัฐบาลใช้มาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งล่าสุดมีการทยอยออกประกาศกระทรวงกลาโหม เพิ่มมาตรควบคุมการส่งสินค้าไปยังฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งสินค้าหลายตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ออนไลน์ ในทางกลับกัน กลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์ยังโตวันโตคืน และมีการเคลื่อนไหวชัดเจน
นายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา อดีตประธานหอการค้า จ.ตาก และนักธุกิจชายแดนตาก กล่าวว่า ตนทำงานภาคเอกชนมานานมากกว่า 40 ปี ผ่านวิกฤติในพื้นที่ชายแดนมามากมาย จากนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมามุ่งเน้นแต่เรื่องความมั่นคง แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ความมั่นคงก็ไม่เกิดขึ้นแน่นอน ทุกวันนี้มีปัญหาการโจรกรรม ปัญหายาเสพติด ปล้น-จี้ชิงทรัพย์ มาจากปัญหาเศรษฐกิจ
หากย้อนกลับไปทำไมเศรษฐกิจมีปัญหาแบบนี้ เพราะเกิดจากนโยบายบางส่วนของราชการที่ไม่เข้าใจภาคเอกชน มองนักธุรกิจพ่อค้าแม่สอดเป็นโจรทั้งหมด แต่ในทางกลับกัน พวกตนเป็นทัพหน้าด้านเศรษฐกิจที่ค้าชายกับพ่อค้าเมียนมานาน กว่า 40 ปี มีการให้เครดิตพ่อค้าเมียนมามาก หากเศรษฐกิจเมียนมาไม่ดี ก็มีความเสี่ยงสูงมาก
เพื่อรักษาพื้นฐานของเศรษฐกิจแม่สอด จึงขอฝากการพิจารณาเรื่องมาตรการ 3 ตัด นั้น ถึงระยะเวลาหนึ่งต้องกลับมาพิจารณาใหม่แล้ว เช่น ตัดอินเตอร์เน็ต แต่คนไทยตามแนวชายแดนได้รับความร้อนมาก ขณะที่กลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์อยู่ได้ เพราะใช้สัญญาณดาวเทียมจากสตาร์ลิงค์ ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากด้านในเมียนมา แม้มีราคา เขาก็สู้ได้เพราะมีเงินมาก แต่ชาวบ้านตามแนวชายแดน ทั้งไทย และเมียนมาเดือดร้อนที่สุด
นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจ.ตาก กล่าวว่า ตั้งแต่จำความได้ ขณะนี้เศรษฐกิจแม่สอดซบเซาที่สุด ตั้งแต่มีแม่สอดมา แต่จะแย่อย่างไร ก็ต้องอยู่กับปัญหานี้ เพราะเมียนมามีปัญหามานานแล้ว แต่ไม่มีครั้งไหนจะแย่มากเท่าครั้งนี้ ปัญหาค่าเงินจ๊าตกับเงินบาทก็ตกต่ำลงมาก และในแม่สอดเองปัจจุบันนี้ มีคนต่างชาติมาอยู่แม่สอดมากขึ้น จากเดิมมีแต่เมียนมา และชาวกะเหรี่ยง แต่ขณะนี้มีหลายชาติ มาอยู่ในแม่สอด ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ ที่เริ่มตั้งแต่มาตรการ 3 ตัดก็ควรจะพิจารณาประเมินยกเลิกได้แล้ว และประกาศของกระทรวงกลาโหมที่ประกาศออกมาจะบังคับใช้นั้น เห็นว่า เป็นการสร้างภาระให้ผู้ประกอบการ
“การปราบสแกมเมอร์ที่ผ่านมา มีคำถามมากมายว่า ทำไมเครื่องบินของเมียนมาไปทิ้งระเบิดหลายแห่งตามแนวชายแดนฝั่งเมียนมา แต่ไม่เคยทิ้งระเบิดใส่พื้นที่สแกมเมอร์ และสตาร์ลิงค์ ถ้าไม่ต้องการให้คนบริสุทธิ์ในพื้นที่สแกมเมอร์ ได้รับความเสียหาย ก็แค่ประกาศออกมาว่า จะทิ้งระเบิดเมื่อไหร่ ก็สามารถทำได้ และกิจกรรมในสแกมเมอร์ต้องหยุดชะงัก ส่วนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ในมาตรการ 3 ตัด ฝั่งเมียนมาหันไปใช้โซล่าเซลก็มี ซึ่งส่งมาจากประเทศจีน ขณะที่ทางการไทยห้ามส่งออก” นายบรรพตกล่าว
นายภาสกร กล่าวว่า การทำงานด้านมิติความมั่นคง กับมิติเศรษฐกิจต้องไปควบคู่กัน ตนลงไปดูพื้นที่ชายแดนมาโดยเฉพาะแม่สอดยอมรับว่า เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซามาก ต้องมานั่งคุยกันว่า จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอยืนยันว่า จะสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ หากอันไหนดำเนินการได้ทันที ก็จะรีบดำเนินการเลยทันทีหรือ ปัญหาสมาคมขนส่งที่มีปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพง ตนก็จะเชิญสถาบันการเงินไปคุย เพื่อให้ความช่วยเหลือ
กรณีที่ทางกระทรวงกลาโหมมีการประกาศควบคุมสินค้าตามหมวดหมู่ต่าง แต่ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนนั้นเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ในฐานะที่ตนเป็นผู้อำนวยการพื้นที่ เรื่องนี้หากไม่เกี่ยวข้องกับภัยความมั่นคง ก็จะได้พิจารณาต่อไป

