xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลในมือสแกมเมอร์ทางการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลอนุทินมาจากการเลือกตั้งและกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยแน่ๆ แต่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยและองค์ประกอบทางการเมืองหากใครมองไม่เห็นว่ามีความผิดปกติที่รัฐบาลฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนคนเดียวก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ

ใครมองไม่เห็นว่าสภาสูงสภาล่างที่ต้องเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลเสียงส่วนใหญ่ของสองสภากลับตกอยู่ภายใต้การกำกับของมือที่มองเห็นของคนที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะมีปัญหาทางสายตาและความเข้าใจทางการเมืองในปัจจุบัน

ใครมองไม่เห็นว่าองค์กรอิสระถูกครอบงำโดยใครและใครจะผ่านด่าน สว.เพื่อเข้าสู่องค์กรอิสระจะต้องได้รับอาณัติจากใครก็ต้องบอกว่า ถ้าแกล้งมองไม่เห็นคนคนนั้นก็น่าจะมีจุดยืนเรื่องระบอบประชาธิปไตยความชอบธรรมนิติรัฐและนิติธรรมที่มีปัญหา

ใครไม่ยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในระบบการเมืองไทยที่เรียกว่าระบอบสีน้ำเงิน และมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทั้งที่เมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังไปพบว่า คุณเคยต่อต้านการครอบงำองค์กรตรวจสอบในระบอบทักษิณมาก่อน ก็ต้องบอกว่าคุณมีความคิดสองมาตรฐานเพราะมองเห็นแต่อันตรายของระบอบทักษิณ แต่มองไม่เห็นอันตรายของระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ก็แกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอดไปชั่วขณะ

คำถามต่อมาหากระบอบสีน้ำเงินที่ครอบงำทั้งรัฐบาลฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรอิสระยังอยู่แบบนี้ โดยมีผู้มีอำนาจสูงสุดอยู่ที่เขากระโดง คุณคิดว่านี่เป็นระบอบที่ยอมรับได้หรือไม่ และนี่คือครรลองที่ถูกต้องของระบอบประชาธิปไตยไหม

วันนี้ใครมองไม่เห็นความพิกลพิการและความไม่ปกติขององค์กรอิสระที่ถูกครอบงำด้วยระบอบสีน้ำเงิน ทั้งเรื่องที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องกรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ปกปิดการถือหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และกกต.ตีตกคดีฮั้ว สว.ในส่วนของแกนนำ และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหาแต่เลือกดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน ทั้งที่มีหลักฐานและการแสดงออกที่ชัดเจนว่า สว.สีน้ำเงินมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองใดและใคร คุณยอมรับองค์กรอิสระแบบนี้ได้ใช่ไหม

และใครมองไม่เห็นว่าถ้าผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทยอยหมดวาระลง และคนที่จะเข้ามาแทนต้องผ่านความเห็นชอบของ สว.สีน้ำเงินจนกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่หมดจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ลองมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมเอาความคิดของตัวเองออกจากการเลือกข้างทางการเมืองก็จะต้องบอกว่า นี่เป็นเรื่องอันตรายอย่างมากเพราะองค์กรอิสระทั้งหมดเสี่ยงจะกลายเป็นเพียงองค์กรที่อยู่ใต้อาณัติของอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ

ความผิดปกติที่กลไกตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำงานได้เห็นได้จากการที่ฝ่ายค้าน และ สว.ส่วนหนึ่งยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตั้งแต่เดือนมิถุนายนขอให้ส่งเรื่องถึงประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบ ป.ป.ช.กรณีศักดิ์สยาม แต่ประธานรัฐสภาบอกว่าต้องพิจารณาก่อนแล้วตั้งคณะกรรมการที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อจนผ่านมาหลายเดือนนับจากวันยื่นคำร้องเรื่องก็ยังไม่มีข้อยุติล่าสุดยังตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด

นี่เรากำลังถูกสแกมเมอร์ทางการเมืองแฮ็กระบบการเมือง และรัฐธรรมนูญชัดๆ เพราะอำนาจถูกใช้ไปเพื่อคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถทำให้กติกานโยบายและการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่ตัวเองและพวกพ้องกระทั่งการจัดซื้อจัดจ้างก็ตัดสินกันด้วยเส้นสายมากกว่าคุณภาพและความสามารถในการแข่งขัน

หากปล่อยไปจะลึกไปถึงการยึดกุมกลไกตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญ ทำให้เครื่องมือที่ควรจำกัดอำนาจผู้ปกครองอ่อนแรงลงจนถึงขั้นที่ประชาชนเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้ยาก แม้จะยังมีรัฐธรรมนูญมีสภาฯ และมีการเลือกตั้งอยู่ก็ตาม แล้วนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือรวบอำนาจค่อยๆ รื้อข้อจำกัดและการตรวจสอบออกไป โดยแต่ละขั้นดูเหมือนดำเนินไปตามกฎหมายแต่เมื่อประกอบกันแล้วกลับทำให้ประชาชนควบคุมผู้ปกครองไม่ได้

เรายอมรับให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ไหมและเราจะอยู่กับความไม่ปกติแบบนี้ใช่ไหมที่ตลกคือ ผมเริ่มได้ยินบรรดาคนที่สนับสนุนรัฐบาลบอกว่าถ้าไม่พอใจครบ 4 ปีก็เลือกตั้งกันใหม่ จากคนที่เคยอยู่บนถนนเพื่อต่อต้านระบอบทักษิณซึ่งเป็นเรื่องย้อนแย้ง

แต่ในความเป็นจริงในระบอบประชาธิปไตยประชาชนมีความชอบธรรมที่จะต่อต้านโดยสันติต่อรัฐบาลที่ใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม แม้จะมาจากการเลือกตั้งก็ตาม การบอกว่าเมื่อชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาลแล้วจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ใน 4 ปีย่อมไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะอำนาจเป็นของประชาชนที่มอบให้เขาเป็นตัวแทนเข้าไปใช้ ประชาชนจึงย่อมมีสิทธิตรวจสอบต่อต้านและคัดค้านหากรัฐบาลนั้นใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม

วันนี้จะบอกว่าคนที่มีอำนาจตัวจริงที่ควบคุมรัฐบาลฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรอิสระซ่อนตัวอยู่หลังฉากก็คงไม่ใช่แต่เขายืนอยู่กลางแจ้งราวกับจะท้าทายว่าไม่มีกฎหมายหรืออำนาจไหนที่เอื้อมไปถึงได้ รับรู้กันอยู่ว่าใครคือคนที่มีอำนาจเหนือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่ใครจะทำไม

จากที่ผมได้พูดคุยกับข้าราชการและคนทำธุรกิจตอนนี้ข้าราชการที่ไม่ใช่สีน้ำเงินหรือไม่สวามิภักดิ์ก็เติบโตยาก นักธุรกิจที่ไม่ใช่คนในสังกัดก็ไม่ได้งานจากรัฐหรือคนที่ได้งานอยู่แล้วก็ต้องแบ่งให้เครือข่ายนักการเมืองมีขาใหญ่อยู่ไม่กี่เจ้าที่ได้งานของรัฐต่อเนื่อง ลองไปดูตัวอย่างจาก TH-AI Passport ว่าใครได้งานและมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

วันนี้นายแบกนางแบกยังคงทำงานหนัก สื่อบางเจ้าทำหน้าที่อธิบายความชอบธรรมให้รัฐบาล ขณะเดียวกันข้อมูลที่ผมได้รับคือมีฝ่ายการเมืองสั่งจัดสรรงบประชาสัมพันธ์ให้สื่อบางแห่ง แต่จะแบกกันไปได้นานไหมมันอยู่ที่ว่าสินค้านั้นมีคุณภาพจริงไหม

ความนิยมที่ต่ำเตี้ยของอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจากการสำรวจของนิด้าโพลเริ่มสอดรับกับเสียงสะท้อนของสังคมแล้วว่า เราจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้หรือ

รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งผมยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนต้องยอมรับทุกอย่างที่รัฐบาลทำแล้วรออีก 4 ปีจึงจะมีสิทธิพูด คนที่เคยต่อต้านระบอบทักษิณน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใครหรือหลักการที่เคยยึดถือจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว เมื่ออำนาจเปลี่ยนมาอยู่ในมือสแกมเมอร์ทางการเมือง

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan