เอกนิติมั่นใจเศรษฐกิจไทยโตสวนทาง IMF ชูนโยบายลงทุนเป็นเครื่องยนต์หลัก ควบคู่ยกระดับทักษะแรงงานและเชื่อมโยง SMEs สู่สากล เดินหน้าผลักดันประเทศสู่เป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่า 3%
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการก้าวข้ามการเติบโตในระดับจำกัด ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% ก่อนเพิ่มเป็น 2.2% ในปี 2570 พร้อมคาดเงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพ ขณะที่ “เอกนิติ” มองไทยยังมีโอกาสเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ หากเดินหน้านโยบายลงทุนเป็นเครื่องยนต์หลัก ควบคู่ยกระดับทักษะแรงงานและดึง SMEs เชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ตั้งเป้าเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3%
ในเรื่องนี้ รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับเต็มประจำเดือนตุลาคม 2569 ของ IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัว 2.1% และปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.2% ในปี 2570 ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% ในปีนี้ ก่อนลดลงเหลือ 1.7% ในปีหน้า โดย IMF มองว่าไทยได้ผ่านพ้นภาวะเงินฝืดมาแล้ว นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ยังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือว่ามีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง โดยได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในสินค้าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ตัวเลขการค้าในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เติบโตสูงถึง 29%
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมการประชุม IMF-World Bank Group 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยระบุว่า ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ และยังมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าตัวเลขที่ IMF ประเมินไว้ หากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายที่ใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์หลัก หรือ Investment-led Growth ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายเอกนิติ ระบุว่า การลงทุนจากต่างประเทศไม่ควรเป็นเพียงการนำเงินทุนเข้ามาสร้างโรงงานหรือขยายธุรกิจ แต่ต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะแรงงานไทย เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถสูงขึ้นและได้รับรายได้ที่ดีขึ้น พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของนักลงทุนต่างชาติ เช่นเดียวกับความสำเร็จที่ไทยเคยสร้างไว้ในอุตสาหกรรมยานยนต์
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวสูงกว่าประมาณการ IMF ที่ 2.1% หรือไม่ นายเอกนิติ ยืนยันว่ามีความมั่นใจ หากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในทิศทางดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ทั้งนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ ไม่ต่ำกว่า 3% โดยมุ่งขับเคลื่อนผ่านการลงทุน การยกระดับทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยง SMEs เข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก

