xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ซักฟอก “เอกนัฏ”! ทำไมฝ่ายค้านเว้นรัฐมนตรีพลังงาน?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้มีเรื่องหนึ่งอยากชวนตั้งคำถามกับฝ่ายค้าน เกี่ยวกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวม 18 คน แต่ไม่มีชื่อรัฐมนตรีพลังงานอย่าง “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ทั้งๆ ที่เวลานี้ปัญหาพลังงาน กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ

ในด้านพลังงาน ประชาชนกำลังเดือดร้อนกับปัญหาน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้า ภาระต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการผลิต ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด พอน้ำมันแพง สินค้าก็มีแรงกดดันให้แพงตาม คนทำมาหากิน ก็ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น เกษตรกรก็เดือดร้อน
ถึงขั้นรัฐบาลยังต้องคิดหามาตรการเอารถเครื่องจักรกลการเกษตรไฟฟ้า มาช่วยลดภาระต้นทุนกัน

ในเมื่อปัญหาพลังงานมันกระทบประชาชนขนาดนี้ ทำไมรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ถึงไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีอภิปรายไม่ไว้วางใจ...มันน่าสงสัยไหมล่ะ!

อยากรู้เหมือนกันว่า ตอนที่วิปฝ่ายค้านหารือกันว่าจะอภิปรายใครบ้างนั้น ในตอนแรกชื่อ “เอกนัฏ” ติดโผมาหรือเปล่า ถ้ามีการเสนอชื่อมาแล้ว มีเหตุผลอะไรถึงเอาชื่อ “เอกนัฏ” ออก
เพราะถ้าฝ่ายค้านบอกว่าตัวเองกำลังตรวจสอบรัฐบาล แล้วเรื่องที่กระทบปากท้องประชาชนโดยตรงขนาดนี้ ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องตรวจสอบอีกหรือ
ยิ่งเมื่อพิจารณารายชื่อทั้งหมด ยังมีรัฐมนตรีภูมิใจไทย อีก 7 คน ที่ไม่ถูกยื่นอภิปราย ขณะที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีชื่อเลยเหมือนกัน ตรงนี้ก็ยิ่งทำให้ต้องถามว่า... ฝ่ายค้านใช้หลักเกณฑ์อะไร ในการเลือกเป้าหมาย และทำไมประเด็นการเมืองบางเรื่อง ถึงได้พื้นที่มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

ทีนี้มาดูที่ตัว “เอกนัฏ”กันบ้าง

“เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ไม่ใช่นักการเมืองที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยไม่มีพื้นเพอะไร แต่ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เขาเคยเป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคที่สนับสนุน“ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และว่ากันว่ามี “ทุนพลังงาน” เป็นกระเป๋าเงินของพรรค

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
เราไม่มีหลักฐานหรอกว่า การที่“เอกนัฏ” ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาอยู่พรรคภูมิใจไทย และได้เป็นรัฐมนตรีพลังงานนั้น เป็นไปตาม “ใบสั่ง” หรือเป็น “เด็กฝาก” ของทุนพลังงาน
แต่สิ่งที่เราตั้งคำถามได้อย่างตรงไปตรงมาก็คือ พรรคการเมืองที่ “เอกนัฏ” เคยสังกัด มีความสัมพันธ์กับกลุ่มทุนพลังงาน อย่างไร ใครเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของพรรค และความสัมพันธ์เหล่านั้น มีผลต่อแนวนโยบายพลังงาน หรือไม่
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อวันนี้เขามานั่งเป็น รมว.พลังงาน ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากราคาพลังงาน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า นโยบาย และการตัดสินใจของกระทรวงฯ จะยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ย้อนกลับมาที่คำถามตั้งต้น ในเมื่อฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตั้ง 18 คน แต่ไม่มีชื่อรัฐมนตรีพลังงาน เรื่องนี้เป็นเพราะฝ่ายค้านประเมินแล้วว่า ไม่มีประเด็นเพียงพอ หรือมีเหตุผลทางการเมืองอย่างอื่น ที่ทำให้เลือกไม่แตะกระทรวงนี้

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
จึงอยากถาม “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า เรื่องพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบคนทั้งประเทศ การตรวจสอบรัฐมนตรีพลังงาน ก็ควรเป็นเรื่องใหญ่ตามไปด้วย แล้วทำไมจึงไม่มีการตรวจสอบ

ฉะนั้นถ้ารัฐมนตรีพลังงานไม่ถูกอภิปราย เราก็มีสิทธิ์ถามว่าแล้วฝ่ายค้านจะตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ผ่านใคร จะตรวจสอบเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน เรื่องผลประโยชน์ของโรงกลั่น เรื่องการจัดการน้ำมันแพง และความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างไร

หรือว่าประเด็นทุนพลังงาน เป็นเรื่องที่แตะยาก เป็นเรื่องต้องห้าม ที่แม้แต่ฝ่ายค้านก็ยังไม่กล้าหยิบยกขึ้นมาเป็นเป้า

การอภิปรายครั้งนี้ ประชาชนอาจไม่ได้คาดหวังว่าใครจะล้มใครทางการเมือง เพราะเสียงในสภาของฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายค้าน ห่างกันมาก

แต่ประชาชนอยากรู้ว่า ใครจะรับผิดชอบกับปัญหาที่ทำให้เขาต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมัน ค่าไฟ และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เพิ่มแบบไม่รู้ว่าเพดานอยู่ตรงไหน

ดังนั้นถ้าจะตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องตรวจสอบให้ถึงผลประโยชน์ของนักการเมืองและทุนพลังงาน ที่ประชาชนต้องทนแบกรับ ไม่ใช่เลือกตรวจสอบเฉพาะเรื่องที่ได้แต้มทางการเมืองเท่านั้น!