xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.ไล่บี้ที่มาเงิน“ไอเดียร์” “ไชยชนก” ปล่อยชี้แจงเอง!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้เรามาต่อเรื่องของ“สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ กับ “ไท่หยาง จาง” สามีของเธอ ที่ตอนนี้มีความคืบหน้า และเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เพราะหลังจากมีการเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในบ่อน Shuffle ทั้งเรื่องหุ้นบริษัท และข้อสงสัยเกี่ยวกับเหรียญคริปโต SHFL ล่าสุด ป.ป.ช.ก็ออกมาให้ข้อมูลแล้วว่า บัญชีทรัพย์สินของ “สส.ไอเดียร์และสามี” เข้าข่ายบัญชีผิดปกติ และกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ
และที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ ท่าทีของ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บอกชัดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ สส.ไอเดียร์ เจ้าตัวต้องชี้แจงเอง ส่วนทีมกฎหมายของพรรค ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแล เพราะแต่ละคนมีทีมส่วนตัวอยู่แล้ว

ทีนี้เรามาไล่ดูกันว่า เรื่องนี้มีอะไรที่ต้องตรวจสอบ และทำไมคำชี้แจงของ ป.ป.ช. ถึงเป็นจุดสำคัญ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ “ศักดิ์ชัย จันทร์แสงวัฒนา” ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งกำกับดูแลด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เปิดเผยว่าป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ “สุชาดา” ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ มาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มตรวจสอบเพราะเป็นข่าว

ประเด็นที่ ป.ป.ช. ตั้งข้อสงสัย มีทั้งเรื่องรายได้ที่ใช้ชำระหนี้ ความสามารถในการชำระหนี้เงินกู้ ตลอดจนรายการทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นข่าว

ขณะที่ “เกียรติศักดิ์ พุฒพันธ์” รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดบัญชีอยู่ในกลุ่มบัญชีผิดปกติ ยังไม่ได้หมายความว่า มีการพิสูจน์ได้แล้วว่ามีการยื่นบัญชีเท็จ แต่หมายถึง มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริง เพิ่มเติม
อีกจุดหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ระบุไว้ชัดเจนก็คือ “สุชาดา” ไม่ได้ระบุอาชีพของสามี ในบัญชีที่กำลังตรวจสอบ

ตรงนี้แหละที่ต้องถามต่อว่า เมื่อสามีมีการลงทุน และมีทรัพย์สินที่ต้องตรวจสอบ รายได้จากการทำงานหรือการลงทุนมีที่มาอย่างไร สอดคล้องกับภาระหนี้สินหรือไม่ และข้อมูลที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หรือเปล่า

ทั้งนี้ การไม่ระบุอาชีพของสามี เป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่หยิบขึ้นมาตรวจสอบ แต่จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อไป
ทีนี้กลับมาที่เรื่องหุ้น และเหรียญคริปโต ของบ่อน Shuffle
ก่อนหน้านี้ “ศิริโชค โสภา” อดีต สส.ประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูลว่า “ไท่หยาง จาง” มีชื่อถือหุ้นบุริมสิทธิในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle จำนวน 2,160 หุ้น ตั้งแต่ปี 2565 และต่อมา ยังพบชื่อ Taiyang Zhang ในประกาศระดมทุนรอบ Seed Funding ของ Shuffle เมื่อปี 2567 ตามข้อมูลที่เขานำเสนอ


นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเหรียญ SHFL ที่โครงการจัดสรรให้กลุ่มนักลงทุนยุคแรก ซึ่งต้องตรวจสอบต่อว่า “ไท่หยาง จาง” ได้รับเหรียญจริง หรือมีสิทธิที่จะได้รับเหรียญหรือไม่

ประเด็นนี้สำคัญอย่างไร?

สำคัญตรงที่ว่า ถ้ามีหุ้น มีเหรียญ หรือมีสิทธิประโยชน์จากการลงทุนจริง เราก็ต้องตรวจสอบว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องยื่นบัญชี หรือไม่ ต้องเปิดเผยตามกฎหมายหรือเปล่า และได้เปิดเผยครบถ้วนแล้วหรือยัง ?!


อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ระบุว่า ประเด็นหุ้นในเว็บพนันที่เกี่ยวข้องกับคูราเซา ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งสัดส่วนหุ้น เอกสารประกอบ และที่มาของทรัพย์สิน จึงยังไม่ควรสรุปว่า “ไท่หยาง จาง” ได้รับเหรียญ SHFL หรือ มีการปกปิดหุ้น และเหรียญดังกล่าว


สิ่งที่ต้องรอดูคือ ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกับบัญชีทรัพย์สิน ได้ลึกแค่ไหน

เพราะถ้าตรวจสอบเพียงตัวเลขรายได้ กับหนี้สิน แต่ไม่ตรวจสอบที่มาของเงินลงทุน และผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลให้ครบ ก็อาจยังตอบคำถามของสังคมได้ไม่หมด


อีกเรื่องหนึ่ง ที่ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบก็คือนาฬิกาหรู ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ต้องตรวจสอบช่วงเวลาที่ปรากฏนาฬิกาเรือนดังกล่าว รวมถึงช่วงเวลาที่ “สุชาดา” มีหน้าที่ยื่นบัญชี และให้เจ้าตัวชี้แจงเพิ่มเติมด้วย

จะเห็นว่า ตอนนี้มีหลายประเด็นที่ต้องแยกตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ การชำระหนี้ อาชีพของสามี หุ้นในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle เหรียญคริปโต และ นาฬิกาหรู


เรื่องเหล่านี้จะมีความชัดเจนแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช. แล้วตอนนี้


ทีนี้มาดูถึงท่าทีของ “ไชยชนก” กันบ้าง


วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เมื่อถูกถามถึงกรณีนี้ “ไชยชนก” ระบุว่าเป็นเรื่องที่ “สุชาดา” ต้องชี้แจงเอง และเมื่อถูกถามว่าทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย จะเข้าไปดูแลหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า ไม่จำเป็น เพราะทุกคนมีทีมส่วนตัว

จากท่าทีเช่นนี้ ทำให้มีสิ่งที่ต้องจับตาอยู่สองด้าน


ด้านแรก ในทางกฎหมาย ผู้ถูกตรวจสอบต้องมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงของตัวเองอยู่แล้ว และมีสิทธิต่อสู้ตามกระบวนการ ส่วนพรรคจะจัดหาทนายให้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าบุคคลนั้นทำผิดแล้ว หรือไม่

แต่อีกด้านหนึ่ง ในทางการเมือง เมื่อคนของพรรคกำลังเผชิญข้อสงสัยเรื่องบัญชีทรัพย์สิน ผู้บริหารพรรค ก็ย่อมถูกถามถึงมาตรฐานความโปร่งใส และความรับผิดชอบของสมาชิก

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า พรรคจะส่งทนายไปช่วยหรือไม่ แต่คือพรรคจะสนับสนุนให้มีการชี้แจงข้อสงสัยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วนหรือไม่ และหากผลตรวจสอบออกมาว่า มีการกระทำผิดจริง พรรคจะดำเนินการอย่างไร

ไชยชนก ชิดชอบ
เรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่า พรรคกำลัง “ตัดหาง” สส.ไอเดียร์ หรือกำลังปกป้องใคร แต่สิ่งที่เห็นได้ในตอนนี้คือ “ไชยชนก” เลือกวางความรับผิดชอบในการชี้แจงไว้ที่ตัว “สส.ไอเดียร์”เอง

สุดท้ายนี้ ประเด็นที่อยากให้จับตามีอยู่ สามเรื่อง คือ...

หนึ่ง “สุชาดาและสามี” จะชี้แจงที่มาของรายได้ การชำระหนี้ และรายการทรัพย์สินที่ป.ป.ช. ตั้งข้อสงสัยอย่างไร

สอง ป.ป.ช. จะตรวจสอบไปถึงหุ้นในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle รวมถึงเหรียญ SHFL และ สิทธิประโยชน์จากการลงทุนได้ครบถ้วนหรือไม่

และสาม เมื่อมีคำถามเรื่องความโปร่งใสของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรค จะมีท่าทีต่อไปอย่างไร เมื่อผลตรวจสอบมีความชัดเจนมากขึ้น

แม้เรื่องนี้จะไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใคร แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้คำถามสำคัญค้างคาอยู่ โดยไม่มีคำตอบ

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ประชาชนควรได้รับจากเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่คำชี้แจงว่า ใครต้องรับผิดชอบเอง แต่ต้องได้คำตอบด้วยว่า ข้อเท็จจริง คืออะไร และกระบวนการตรวจสอบจะเดินหน้าไปจนถึงที่สุดแค่ไหน!