xs
xsm
sm
md
lg

เนื้อเถื่อน-หมูเถื่อน ทะลัก! ย้อนรอยเส้นทางค้านอกระบบจีน-ด่านฯ 240-สบหรวย เมียนมา เข้าไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สามเหลี่ยมทองคำ – ช่องทางการค้าลุ่มน้ำโขงตอนบน ไทย-เมียนมา ลาว จีนตอนใต้ ทั้งทางบก-ทางน้ำ ที่มีมูลค่าต่อปีนับแสนล้านและขยายตัวต่อเนื่อง กำลังกลายเป็นเส้นทางนำเข้า “เนื้อสัตว์แช่แข็งเถื่อน”


จากเดิม..สินค้าประเภทสัตว์มีชีวิต ไก่แช่แข็ง ฯลฯ ถูกส่งจากไทยไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมณฑลยูนนาน สป.จีน ผ่านทางเรือสินค้าแม่น้ำโขงจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย - สปป.ลาว และเมียนมา ขึ้นท่าเรือกวนเหล่ยของจีน ระยะทางเพียงประมาณ 265 กิโลเมตร บางส่วนขึ้นฝั่งท่าเรือสบหรวย เขตปกครองพิเศษที่ 4 (เมืองลา) เมียนมา-เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองลา

นอกจากนี้ยังมีเนื้อแช่แข็ง ทั้งกระบือและหมู จากประเทศที่ 3 ส่งผ่านประเทศไทยไปตามเส้นทางเดียวกัน แม้จะมีมูลค่าไม่มากและไม่ติด 10 อันดับแรกเหมือนสัตว์มีชีวิต-ไก่แช่แข็ง แต่ก็มีหมุนเวียนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ท่าเรือสบหรวยถือเป็นเมืองท่าแม่น้ำโขง นอกข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติคือไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ แต่ก็เป็นท่าเรือเดียวของเขตปกครองพิเศษที่ 4 (เมืองลา) และเป็นช่องทางขนส่งสินค้านอกระบบเชื่อมแม่น้ำโขงกับจีน ในห้วงที่ทางการจีนเข้มงวดการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางเรือแม่น้ำโขง

จากท่าเรือนี้ มีเส้นทางเชื่อมกับด่านฯ 240 ชายแดนเมียนมา-จีน จึงกลายเป็นแหล่งขนสินค้าเถื่อนสารพัดชนิดมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาเดียวกันทางการเมียนมาก็ได้เข้มงวดการใช้ท่าเรือสบหรวยตามแรงกดดันจากประเทศจีนส่งผลทำให้สินค้าเนื้อแข่แข็งจากประเทศที่ 3 ที่จะเจาะตลาดจีนในด้านนี้แทบหมดอนาคต


ยิ่งในปี 2563 ทางการจีนพบเชื้อโควิด-19 ปนเปื้อนในเนื้อแช่แข็งที่มณฑลซานตงทางตะวันออกและมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ จึงห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งจาก 99 ผู้ผลิตใน 20 ประเทศ

นับแต่นั้น..ทั้งเนื้อแช่แข็งที่ผลิตในจีนและประเทศที่ 3 กลับใช้เส้นทางเดียวกัน ลักลอบนำเข้าตลาดประเทศไทย เนื่องจากทางการจีนใช้มาตรฐานนำเข้าสินค้าประเภทนี้ค่อนข้างเข้มงวดโดยต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ พิธีการทางศุลกากรตามมาตรฐานองค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO) และข้อตกลงระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการองค์การอาหารและยา ฯลฯ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชายแดน เริ่มตรวจยึดเนื้อแช่แข็งที่ลักลอบนำเข้าได้เป็นระยะๆ เช่น 31 มี.ค.2559 เจ้าหน้าที่พบกล่องสินค้าผ่านแดนที่เคยส่งออกจากประเทศไทยไปแล้ว ซุกริมฝั่งน้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว พื้นที่หมู่บ้านห้วยกอก ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย จำนวนกว่า 100 กล่อง รวมน้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม


การลักลอบนำเข้าจึงเกิดขึ้นเนืองๆ โดยวันที่ 24 ม.ค.2566 เจ้าหน้าที่ได้ยึดเนื้อหมูแช่แข็งบรรจุในกระสอบฟางจำนวน 8 กระสอบ ภายเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์เนื้อหมูแช่แข็งน้ำหนักใบละประมาณ 20.30 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 162.40 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย บรรจุภัณฑ์ระบุผลิตจากเม็กซิโก ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกากลางตั้งแต่เดือน ส.ค.2565 โดยกลุ่มขบวนการค้าของหนีภาษีได้แอบใช้เรือเล็กขนมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเตรียมจะนำไปจำหน่ายในตลาดในประเทศไทย

ขณะที่แหล่งข่าวของเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีสินค้าประเภทเดียวกันเตรียมลักลอบนำเขามากกว่าที่ยึดได้หลายเท่า เพราะตลาดไทยมีความต้องการ และบรรดาภัตตาคารคนจีนในไทยสั่งนำเข้าด้วย

วันที่ 9 เม.ย.2568 เจ้าหน้าที่ยึดเนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูปแช่แข็งจำนวน 22 ใบ น้ำหนักประมาณ 1,100 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 50,000 บาท บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหมู่บ้านดอนที่ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย


และในช่วงหลังมานี้กลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อแช่แข็งหันมาซุกซ่อนสินค้าประเภทนี้ให้ปะปนมากับสินค้าที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างวันที่ 3 ส.ค.2569 ด่านศุลกากรเชียงแสน ด่านอาหารและยา (อย.) และด่านตรวจพืชเชียงแสน ได้ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นจำนวน 2 ตู้ ที่ขนมากับเรือสินค้าแม่น้าโขงจากมณฑลยูนนาน เข้าเทียบท่าเรือแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน สำแดงในใบขนสินค้าว่าเป็นผักสด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในกลับซุกซ่อนเนื้อสัตว์แช่แข็งงเนื้อหมูแช่แข็ง, เนื้อไก่แช่แข็ง, เป็ดตัวดิบ, เครื่องในแช่แข็ง ซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวน 13 รายการ น้ำหนักรวมประมาณ 5,200.1 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 507,608 บาท

17 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้ตรวจพบเนื้อสุกรแช่แข็งจากประเทศจีนลักลอบนำเข้าจำนวน 379 กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ 16.5 ตัน มูลค่าประมาณ 1.53 ล้านบาท ซุกซ่อนมากับสินค้าที่สำแดงเป็นผักสดต่างๆ เช่น ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดหอม ฯลฯ

28 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรทุ่งช้าง จ.น่าน ตรวจยึดหนังสุกรและเนื้อสุกรแช่แข็ง ซุกซ่อนปนมากับขิง เตรียมจะนำเข้าสู่ประเทศไทยน้ำหนักรวมประมาณ 16,465 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1,168,172.5 ล้านบาท.