xs
xsm
sm
md
lg

กลัวที่ไหน! ฮูตีกร้าวตอบโต้'หนักหน่วงและเจ็บปวด' ถ้า US ร่วงวงสงครามเยเมนตามคำขอซาอุฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของฮูตีเมื่อวันจันทร์(12ต.ค.) เตือนสหรัฐฯ จะเจอกับการ "ตอบโต้อันเจ็บปวด" ถ้าเข้าร่วมวงสงครามในเยเมน หลังมีข่าวว่าซาอุดีอาระเบียร้องขอให้วอชิงตันช่วยจัดการกับนักรบกลุ่มนี้ ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สงครามกลางเมืองของเยเมน ซึ่งพันธมิตรทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเข้าสนับสนุนรัฐบาลที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ต่อกรกับพวกฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โหมกระพือขึ้นอีกรอบในเดือนกรกฏาคม หลายเดือนนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในระดับภูมิภาค ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดพลังงานและฉุดให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในภาวะวิกฤต

ฮูตีเริ่มหันมาโจมตีแหล่งที่ตั้งทางพลังงาน เรือบรรทุกน้ำมันและศูนย์กกลางการขนส่งของซาอุดีอาระเบีย โดยทันที ในนั้นรวมถึงโจมตีเข่นฆ่าชีวิตใส่สนามบินในกรุงริยาด ผลักให้ชาติผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกแห่งนี้อยู่ในภาวะสั่นคลอนอย่างหนัก

เสียงระเบิดดังสนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกรุงริยาดอีกรอบในค่ำคืนวันจันทร์(12ต.ค.) ทางพันธมิตรทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเผยว่าได้สกัดขีปนาวุธลูกหนึ่งของฮูตีและทางกลุ่มนักรบอ้างว่าได้เล็งเป้าโจมตีสนามบินอีกรอบ

เหตุการณ์ดังกล่าวมีขึ้นตามหลังการโจมตีสนามบินเดียวกันนี้เมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) สังหารผู้คนไป 13 ราย กระตุ้นให้ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาบอกว่าเขากำลังพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีของซาอุดีอาระเบียที่เล็งเป้าเล่นงานฮูตี หลังจากก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อคำร้องขอความช่วยเหลือจากริยาด

"หากสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการรุกรานเยเมน เราจะไม่ลังเลที่จะตัดสินใจตอบโต้ และมันจะเป็นการตอบโต้อย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยมุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ และผลประโยชน์ทั้งหมดของอเมริกาในภูมิภาคนี้" โมฮัมเมด อัล บูไคติ สมาชิกสำนักงานการเมืองของฮูตีให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี

เขายังเตือนไปยัง "เจ้าหน้าที่และคนงานทุกคน ณ ที่ตั้งน้ำมันทั้งหลายและสนามบินต่างๆของซาอุดอีาระเบีย ให้อยู่ห่างจากที่ตั้งเหล่านี้ เนื่องจากมันได้กลายมาเป็นเป้าหมายโดยชอบธรรมแล้ว"

เหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิง คาลิด เมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) ถือเป็นเหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในแผ่นดินซาอุดีอาระเบียในรอบกว่า 1 ทศวรรษ โดยนอกจากมีผู้เสียชีวิตข้างต้นแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน

ทรัมป์ กล่าวว่า "การโจมตีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้" และเผยว่าจะพูดคุยกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าว ระบุสหรัฐฯกำลังมองถึงความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีของซาอุดีอาระเบีย

การดำเนินงานที่คิง คาลิด สนามบินขนาดใหญ่บริเวณชานกรุงริยาด ยังคงหยุดชะงักในวันจันทร์(12ต.ค.)

บูไคติ บอกว่าจุดประสงค์ของยุทธการโจมตีเป้าหมายต่างๆในซาอุดีอาระเบีย คือการส่งสารไปยังมกุฎราชกุมาร "ว่าเขาไม่อาจทำสงครามกับเยเมน จากตำแหน่งที่ปลอดภัยอีกต่อไป"

ภาพจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) ที่เผยแพร่โดยทางการซาอุดีอาระเบีย แสดงให้เห็นผู้แสวงบุญชาวมุสลิมในชุดศาสนากำลังรออยู่ในห้องรับรองผู้โดยสารขาออก ก่อนที่ระเบิดจะระเบิดขึ้นอย่างฉับพลันและทำให้เศษซากอาคารที่ลุกไหม้พังทลายลงมา

บรรยากาศในกรุงริยาดยังคงตึงเครียดในวันจันทร์(12ต.ค.) สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐรรายงานว่าพันธมิตรทหารได้ทำการตอบโต้ภัยคุกคามจากโดรนและขีปนาวุธ จากนั้นในช่วงเย็น โทรศัพท์มือถือของประชาชนได้รับแจ้งเตือนจากรัฐบาลเสียงดังระงม เกี่ยวกับ "ภัยคุกคามทางอากาศจากศัตรู" ก่อนต่อมาจะแจ้งว่าสามารถสกัดภัยคุกคามดังกล่าวได้แล้ว

ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ที่มีการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์ในกรุงริยาด อย่างไรก็ตามไม่มีการชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ ว่าเหตุใดจึงไม่มีการส่งข้อความแจ้งเตือนในช่วงที่มีการโจมตีพุ่งเป้ามายังเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เอทิฮัด แอร์เวย์ส สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศเมื่อวันจันทร์(12ต.ค.) ว่าจะยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาไปและขากลับจากกรุงริยาดไปจนถึงสัปดาห์หน้า อีกทั้งยังระงับเที่ยวบินไปยังเมืองดัมมัมและเมืองเจดดาห์ด้วย

กัลฟ์ แอร์ สายการบินแห่งชาติบาห์เรน ก็ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินสำหรับกรุงริยาดเช่นกัน โดยจะลากยาวไปจนถึงวันเสาร์(17ต.ค.) ส่วน เดลตา สายการบินสัญชาติสหรัฐฯ เผยว่าจะเลื่อนเปิดเที่ยวบินตรงจากแอตแลนตาไปยังริยาด จากเดิมทีที่กำหนดไว้ในวันที่ 23 ตุลาคม

อนึ่งแม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับยุทโธปกรณ์ทางทหาร แต่การโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อแหล่งน้ำมัน ฐานทัพ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทั่วประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ได้สร้างความตึงเครียดให้กับระบบป้องกันของซาอุดีอาระเบียเป็นอย่างมาก

(ที่มา:เอเอฟพี)