xs
xsm
sm
md
lg

น้ำป่าทะลักท่วม “วิหารวัดใหญ่อ่างทอง” อายุ 99 ปี จ.ราชบุรี หวั่นผนังแตกร้าวซ้ำเติมโบราณสถาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราชบุรี – ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำป่าจาก อ.ปากท่อ และ อ.เมืองราชบุรี ไหลทะลักลงคลองอ่างทอง 1 และ 2 เอ่อท่วมบ้านเรือนกว่า 20 หลัง รวมถึงโรงเรียนและวัดใหญ่อ่างทอง น้ำท่วมวิหารเก่าอายุ 99 ปี สูงราว 60 เซนติเมตร บางจุดแตะ 1 เมตร หวั่นซ้ำเติมผนังแตกร้าวและกระทบพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา ชาวบ้านเร่งวางกระสอบทรายป้องกันอาคารเรียน

วันที่ 12 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ อ.ปากท่อ และ อ.เมืองราชบุรี มวลน้ำไหลลงคลองอ่างทอง 1 และ 2 ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 20 หลังคาเรือน รวมถึงโรงเรียนและวัดใหญ่อ่างทอง หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมืองราชบุรี โดยระดับน้ำภายในวิหารเก่าสูงประมาณ 60 เซนติเมตร บางจุดสูงถึง 1 เมตร และบางบริเวณลึกถึงระดับเอวพระสงฆ์

ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากกรมสรรพาวุธทหารบก ร่วมกันกรอกกระสอบทรายและวางแนวป้องกันน้ำไหลเข้าสู่อาคารเรียนไม้ ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นเร่งเปิดทางระบายน้ำเพื่อลดระดับน้ำที่ท่วมขัง

จุดที่น่าเป็นห่วงคือวิหารเก่าของวัด ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2470 ปัจจุบันมีอายุ 99 ปี ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยา 2 องค์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 สร้างจากศิลาแลงลงรักปิดทอง โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมทั้งภายในและภายนอกวิหาร ขณะที่ผนังและหลังคามีสภาพเก่าทรุดโทรมและแตกร้าวอยู่ก่อนแล้ว จากกาลเวลาและรากต้นโพธิ์กับต้นไทรที่แทรกเข้าไป ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าน้ำท่วมครั้งนี้อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่โบราณสถานและองค์พระเก่าแก่

พระอธิการสมยศ ยโสธโร เจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง เปิดเผยว่า ช่วงเช้าหลังกลับจากบิณฑบาตประมาณ 06.00 น. พบว่าน้ำไหลเข้าวัดอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน โดยน้ำท่วมทั้งด้านนอกและด้านในวิหาร ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน จำเป็นต้องรอให้น้ำลดลงก่อน จึงจะเข้าสำรวจความเสียหายได้อย่างปลอดภัย

ด้านนางปลิว นวนผกา อายุ 70 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 70 ปี ไม่เคยเห็นน้ำท่วมวัดและวิหารหนักเช่นนี้มาก่อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการขยายตัวของหมู่บ้านอาจทำให้พื้นที่รับน้ำลดลง นอกจากนี้ บ้านเรือนบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองยังได้รับผลกระทบ และมีลูกไก่ชนจมน้ำตายประมาณ 80 ตัว

ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายบางส่วนหลังเจ้าหน้าที่เร่งเปิดทางระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังน้ำลด ซึ่งจะต้องตรวจสอบโครงสร้างวิหารอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสียหายและหาแนวทางป้องกันไม่ให้โบราณสถานอายุเกือบ 1 ศตวรรษแห่งนี้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม