xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลให้อภิปรายแค่ 3 วัน อ้างฉายหนังซ้ำต่อเนื่อง 'ปชป.' พร้อมเปิดด้านมืดคนรักชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลให้เวลาซักฟอก 3 วัน อ้างเป็นแค่การฉายหนังซ้ำ ด้านประชาธิปัตย์สวนกลับ ลั่นพร้อมเปิดโปงด้านมืดคนรักชาติให้สังคมได้เห็น

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่า การกำหนดวันอภิปรายจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องต้องรอให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบญัตติของฝ่ายค้าน จากนั้นประธานสภาคงนัดหารือวิป 3 ฝ่าย เพื่อพูดคุยทั้งช่วงเวลาการประชุม กำหนดกรอบเวลาว่าแต่ละฝ่ายจะใช้เวลาแค่ไหน และกำหนดวันลงมติ พอเห็นกรอบการอภิปรายว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว แต่ละฝ่ายจะได้ไปทำข้อมูลผู้อภิปรายได้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าวันอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่นาน คาดว่าสัปดาห์หน้าทางสภาคงตรวจร่างญัตติ สัปดาห์ถัดไปคงมีการคุยกันของวิป 3 ฝ่าย จากนั้นคงไปขอวันจากรัฐบาลโดยเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดวันแล้วตอบกลับมายังสภา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วันมากไปหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่ามากเกินไป มองว่า 3 วันน่าจะเพียงพอแล้ว เพราะประเด็นที่ยื่นจะซ้ำกันเสียส่วนใหญ่ อย่างเรื่องฮั้ว ส.ว. ก็พูดกันมาจนช้ำแล้วคงหาประเด็นใหม่ยาก แต่สุดท้ายก็อยู่ประธานสภาที่จะควบคุมการประชุม

นายกรวีร์กล่าวด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยากให้ประชาชนได้ประโยชน์ ให้ได้ทราบว่ารัฐมนตรีที่บริหารอยู่ตอนนี้ทำอะไรผิดพลาดล้มเหลว ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร ที่มีหลักฐานอะไรชี้ชัดว่าไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี เพราะการอภิปรายตามมาตรา 151 ต้องลงมติไม่ไว้วางใจให้รัฐมนตรีทำงานต่อ หลักฐานอยากให้เกี่ยวกับการบริหารงานว่าบกพร่องในการบริหารงานอย่างไร ถ้ามีแบบนี้ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะได้เห็นว่าบริหารงานผิดพลาดอย่างไร แต่ญัตติที่ออกมามันกว้างจนไม่รู้ว่าใครทำผิดอะไรตรงไหน สุดท้ายการอภิปรายอยากให้ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ใช่พรรคประชาชน

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วิจารณ์ว่า ญัตติของฝ่ายค้านที่เสนอต่อประธานสภาเป็นเหมือนบทละครบันเทิงธิปไตยจริงๆ เนื้อหาญัตติเป็นนามธรรมมากๆ ตามปกติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ครั้งนี้ข้อความเป็นบทละครสมกับฉายาบันเทิงธิปไตย จึงทำให้ไม่รู้สึกังวลเพราะเนื้อหาญัตติเป็นเรื่องนามธรรม ใช้สำนวนโวหาร

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การวิจารณ์ญัตติของฝ่ายค้าน ถือเป็นการไม่ให้เกียรติไม่ให้ความสำคัญต่อระบบการตรวจสอบรัฐสภาและกระบวนการประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นหลักสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ชาญวีรกุลและพวก มีความไม่น่าไว้วางใจ

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนรัฐมนตรีที่อยู่ในเครือข่ายข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบไปด้วย ส่วนที่ 1.เข้าไปในทางส่อทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีความชัดเจนที่เกี่ยวพันไปยังรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ส่วนที่ 2.ส่อไปในทางกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะเป็นข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีอีกหลายคน ส่วนที่ 3.มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ 4.ข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้คนใกล้ชิดและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนที่ 5. แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะชี้เห็นว่าคนในระบอบ น.หนู นอกจากครอบงำกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลแล้ว เมื่อมีคดีความใดที่เกี่ยวพันถึงคน พวกพ้องจะมีการใช้อำนาจก็ไปแทรกแซงการที่เกี่ยวพันกับเรื่องนั้น เข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเชื่อว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่มีจะนำไปสู่การเปิดโปงความจริงให้สังคมได้เห็นว่าเบื้องหลังหน้ากากความรักชาติคือความเน่าเฟ๊ะ ดังนั้น การอภิปราย 5 วัน จึงมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรัฐมนตรี 18 คนที่ถูกยื่นญัตติ