xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิ” ถล่ม “ชัชชาติ" -ผู้บริหาร กทม.ส่อไม่ซื่อสัตย์ ดันผังเมืองเอื้อทุนอสังหาฯ นัดเดินสายทวงคืนประเทศที่อุดรฯ-ภูเก็ตปลายเดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สนธิ ลิ้มทองกุล” ขึ้นเวทีลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ ถล่ม “ชัชชาติ-ผู้บริหาร กทม.” ตั้งคำถามความซื่อสัตย์ อัดผังเมืองเอื้อทุนอสังหาฯ นัดเดินสายทวงคืนประเทศที่อุดรฯ-ภูเก็ตช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

วันนี้ (9 ต.ค.) เวลา 11.10 น. ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการ พร้อมแกนนำและมวลชนกว่า 100 คน ขึ้นเวทีปราศรัยเคลื่อนไหวกรณีผังเมืองกรุงเทพมหานคร โดยตั้งคำถามถึงการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหาร กทม. รวมถึงการจัดทำผังเมืองที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์

นายสนธิกล่าวว่า วันนี้ต้องการฝากคำถามถึงนายชัชชาติและผู้บริหาร กทม. จำนวน 4 ข้อ ได้แก่ 1. นายชัชชาติและผู้บริหาร กทม. ไม่ซื่อสัตย์หรือไม่ 2. สำนักงานผังเมืองกรุงเทพมหานครเป็นองค์กรอาชญากรรมหรือไม่ 3. นายชัชชาติและผู้บริหาร กทม. มีการตกลงรับและเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ใช่หรือไม่ และ 4. ไม่ใช่เฉพาะผังเมืองกรุงเทพมหานคร แต่ในผังเมืองระดับชาติยังปรากฏว่ามีพื้นที่แก้มลิงเพียง 2 จุดทั่วประเทศ จึงสามารถกล่าวได้หรือไม่ว่า นายชัชชาติและผู้ร่างผังเมืองกรุงเทพฯ เป็นพวกเลวทรามต่ำช้าที่สุด


นายสนธิยอมรับว่า รู้สึกเหนื่อยกับการเดินสายเคลื่อนไหว แต่เห็นว่าไม่สามารถพึ่งพาหลักนิติธรรมและนิติรัฐได้เพียงอย่างเดียว จึงต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเองด้วยการรวมตัวเคลื่อนไหว โดยระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปจะเดินทางไปยังจังหวัดอุดรธานี ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

นายสนธิกล่าวด้วยว่า หากประชาชนไม่รวมตัวกัน ประเทศไทยอาจหมดไป พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้นายทุนที่อยู่เบื้องหลังผังเมืองทั้งในระดับกรุงเทพมหานครและระดับชาติร่ำรวยอยู่บนความทุกข์ของประชาชน

“การต่อสู้ต้องใช้ความอดทน เราสู้บนทะเลที่มีความรู้และไม่เข้าใจ ซึ่งต้องใช้ปัญญา หวังว่า 1.5 ล้านคะแนนที่ลงให้กับนายชัชชาติ เมื่อฟังเรื่องนี้แล้วจะปรับตัวยังทัน” นายสนธิกล่าว


นอกจากนี้ นายสนธิยังกล่าวถึงพรรคประชาชน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่ออกมาต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว พร้อมกล่าวถึงกรณีโครงการแก้มลิงซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องการให้ประชาชนทั่วประเทศตื่นรู้และหันมาให้ความสนใจกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้น