เชียงใหม่-คนทำงานภาคประชาชนด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเชียงใหม่ ค้านแนวคิดนักการเมืองรุกผลักดันโครงการก่อสร้างถนนเส้นทาง "ขุนช่างเคี่ยน-ห้วยตึงเฒ่า"ผ่าป่าดอยสุเทพระยะทาง 10 กิโลเมตร ชี้เป็นการทำลายผืนป่าที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติและเสี่ยงทำให้เกิดการบุกรุกทำลายสภาพพื้นที่เพิ่มขึ้น ระบุข้ออ้างที่ว่าเพื่อช่วยให้ชาวบ้านเดินทางเข้าเมืองและขนส่งผลผลิตการเกษตรได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เป็นเหตุผลและความจำเป็นที่มีไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เพราะมีถนนทางหลักให้ใช้งานอยู่แล้วและลิ้นจี่ออกตลาดแค่ปีละครั้ง
วันนี้(9 ต.ค.69)รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดเชียงใหม่ เขต1 พรรคประชาชน พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลักดันโครงการก่อสร้างถนนเส้นทางขุนช่างเคี่ยน-ห้วยตึงเฒ่า ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ผ่านเขตทหารและอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อช่วยให้การเดินทางของประชาชนชาวขุนช่างเคี่ยนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นไปด้วยความสะดวกสบายยิ่งขึ้นจากการย่นระยะทางและค่าใช้จ่ายถูกลง ทั้งเพื่อการเรียน การทำงาน การเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยให้การลาดตระเวนหรือดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยดียิ่งขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ทางนางสาวเพชรรัตน์ พร้อมด้วยกลุ่ม สส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ขับเคลื่อนผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
จากกรณีดังกล่าวทางด้านแหล่งข่าวภาคประชาชนผู้ทำงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีบทบาทอย่างสูงในการร่วมเคลื่อนไหวปกป้องสภาพพื้นที่ตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ของผืนป่าดอยสุเทพ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับความพยายามในการผลักดันโครงการก่อสร้างถนนเส้นทางขุนช่างเคี่ยน-ห้วยตึงเฒ่า และมองไม่เห็นว่ามีความจำเป็นแต่อย่างใดในการที่จะต้องสร้างถนนขึ้นมาใหม่โดยอ้างว่าเพื่อให้ชาวบ้านเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวนั้นเป็นเส้นทางลำลอง ที่ชาวบ้านมีการใช้งานและสัญจรไปมาได้ตามสมควรเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งหากต้องการความสะดวกสบายมากกว่าก็สามารถเลือกใช้เส้นทางถนนขึ้นลงทางวัดพระธาตุดอยสุเทพที่มีอยู่แล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องก่อสร้างถนนใหม่เส้นทางนี้ที่ต้องแลกมาด้วยการทำลายสภาพพื้นที่เดิมตามธรรมชาติของผืนป่าดอยสุเทพ ซึ่งหากสูญเสียสภาพไปแล้วย่อมยากที่จะฟื้นฟูหรือไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้อีกเลย
สำหรับการหยิบยกเหตุผลที่ว่าการสร้างถนนเส้นทางขุนช่างเคี่ยน-ห้วยตึงเฒ่า จะช่วยให้ชาวบ้านสามารถขนส่งผลผลิตการเกษตรโดยเฉพาะลิ้นจี่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นด้วยระยะทางและต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงนั้น เห็นว่าเป็นเหตุผลที่ไม่ได้มีน้ำหนักมากเพียงพอและไม่คุ้มค่ากับการต้องสูญเสียสภาพพื้นที่ป่าไป เพราะผลผลิตลิ้นจี่ออกสู่ตลาดเพียงปีละครั้งเท่านั้น ส่วนเหตุผลเรื่องช่วยให้การลาดตระเวนและดับไฟป่าเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ขณะที่เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น มองว่าไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นที่นิยมและชื่นชอบอยู่แล้วของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติ รวมทั้งนักวิ่งเทรลและนักเดินป่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ เหตุเพราะพื้นที่ยังคงสภาพตามธรรมชาติและป่าที่สมบูรณ์เอาไว้ได้ จึงน่าเป็นห่วงว่าถ้าหากมีการสร้างถนนจะทำให้ต้องสูญเสียสภาพธรรมชาติเดิมไปจนหมดและเเสี่ยงเกิดการบุกรุกทำลายเพิ่มมากขึ้นด้วย ทั้งนี้เห็นว่าควรล้มเลิกโครงการสร้างถนนเส้นนี้และหากมีเจตนาดีจริงที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านก็สามารถทำได้ด้วยทางเลือกอื่น
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ทางเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานขับเคลื่อนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมนัดพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับประเด็นที่นักการเมืองพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างถนนเส้นทาง "ขุนช่างเคี่ยน-ห้วยตึงเฒ่า" ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปที่แน่ชัดแล้วน่าจะมีการแสดงจุดยืนต่อโครงการนี้ต่อไป.

