xs
xsm
sm
md
lg

โฆษกรัฐบาลโชว์กึ๋น? “นายกฯ หนู-ปลัดเก่ง” ใครเลวกว่ากัน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดรามาเรื่องย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดโปรจีนบุรี ดูไปดูมาแล้วมันชักจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มจากเรื่อง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาพูดถึงการทำงานของนายอำเภอบ้านสร้าง ด้วยถ้อยคำที่แรงเลยแหละ ก่อนจะตบด้วยคำสั่งย้าย และขู่ทับไปอีกว่า คนอย่างนี้ไม่ควรเป็นข้าราชการ

รายละเอียดของคำพูด คำจา มีอะไรบ้างนั้นคงได้ยินได้ฟังกันไปแล้ว ไม่อยากเอามาฉายซ้ำ

ทีนี้ประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคมก็คือ นายกฯ ในฐานะผู้นำประเทศ และรัฐมนตรีมหาดไทย ควรแล้วหรือที่จะพูดกับข้าราชการแบบนี้

เพราะไม่ใช่เรื่องของแม่ค้า หรือชาวบ้านทะเลาะกัน ... แต่นี่มัน คือความสัมพันธ์ระหว่าง “ฝ่ายการเมือง” กับ “ข้าราชการประจำ”

และเมื่อผู้นำรัฐบาลออกมาพูดกับข้าราชการระดับนายอำเภอในลักษณะที่คนจำนวนหนึ่งมองว่า “ปากเปราะ” ไปหน่อย มันก็เลยเกิดทัวร์ลงกลางกระแสน้ำท่วม


บางคนบอกว่า นายกฯ ต้องมีวุฒิภาวะของผู้นำ... บางคนบอกว่าต่อให้ข้าราชการทำงานผิด ก็มีช่องทางในการบริหารจัดการ ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดภาพเหมือนใช้อำนาจกดขี่ข้าราชการ

แล้วเรื่องมันไม่จบก็ตรงที่ “ปลัดเก่ง” สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาเล่นด้วย คือออกมาแสดงความ “ไม่เห็นด้วย” กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทำนองว่า...ไม่น่าเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะพูด หรือทำแบบนี้ !?

ทีนี้ก็ลองนึกภาพดูเถอะ นายกฯ โดนทัวร์ลงอยู่แล้ว คะแนนทางการเมืองก็ถูกตั้งคำถามอยู่แล้ว แล้วอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง ที่คนในกระทรวงรู้จักกันดี ก็ออกมาย้ำหัวตะปู เข้าไปอีก

มันก็ยิ่งทำให้ทั้งนายกฯ และรัฐบาล เสียทรงหนักเลยทีนี้

ตรงนี้แหละที่หน้าที่มันต้องตกมาที่ “โฆษกรัฐบาล” ต้องออกโรง เพราะโฆษกรัฐบาล มีหน้าที่อธิบายแทนรัฐบาล ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องปกป้องนายกรัฐมนตรี ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลคิดอะไร ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่เพียงแค่ชี้แจงน่ะสิ

เพราะโฆษกรัฐบาลคนใหม่ “เอกภพ เพียรพิเศษ” กำลังร้อนวิชา ก็เลยชี้แจงด้วย ตอบโต้ด้วย ตามสไตล์การเมืองไทย ที่ต้องเพิ่มความสะใจเข้าไปด้วย

เอกภพ เพียรพิเศษ
“โฆษกฯเอกภพ” จึงไปหยิบ คลิปเก่าของ “ปลัดเก่ง” สมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาเปิด เพื่อบอกประมาณว่า…“ท่านเองก็เคยใช้ถ้อยคำรุนแรงกับข้าราชการเหมือนกัน”

มีการยกกรณี “ปลัดเก่ง” เคยตำหนิข้าราชการอย่างรุนแรง รวมถึงตั้งคำถามถึงสถาบันการศึกษาที่บุคคลนั้นจบมา

มันก็เลยกลายเป็นว่า นี่โฆษกฯกำลังชี้แจงเรื่องนายกฯกับนายอำเภอบ้านสร้าง หรือกำลังแข่งกันว่า ใครเคยด่าข้าราชการแรงกว่ากัน!?

ตรรกะของโฆษกรัฐบาล มันเลยออกไปในทำนองว่า... ปลัดเก่งพูดแรง ทำไมนายกฯจะพูดแรงบ้างไม่ได้ ...ปลัดเก่งเคยตำหนิข้าราชการ นายกฯก็มีสิทธิ์ทำเหมือนกัน !

ตกลงมันก็กลายเป็นว่า… “มึงชั่ว กูเลยชั่วได้” หรือ “มึงเคยพูดแรง ทำไมกูจะพูดแรงบ้างไม่ได้”

โอ๊ย... แบบนี้มันไม่ใช่การชี้แจงแล้ว เพื่อนเอ๋ย!

มันกลายเป็น การขุดแผลเก่ามาสวนกัน และที่สำคัญคนที่กำลังทำดันเป็น “โฆษกรัฐบาล” ซะด้วย

ทั้งๆ ที่ตำแหน่งนี้ มันควรจะเป็นคนที่ช่วยยกระดับการสื่อสารของรัฐบาลไม่ใช่หรือ

เวลานายกฯถูกวิจารณ์ หน้าที่ของโฆษกรัฐบาล ควรจะบอกประชาชนว่า นายกฯหมายความว่าอย่างไร...ข้อเท็จจริงคืออะไร ...เหตุผลในการย้ายคืออะไร...รัฐบาลมีหลักเกณฑ์อย่างไร

อย่างนี้ต่างหากคือการ แก้เกม ไม่ใช่ไปบอกว่า “เอ้า! คนที่วิจารณ์นายกฯก็เคยทำเหมือนกันนะ!”

เพราะแบบนั้นมันไม่ได้ทำให้นายกฯ ดูดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามมันอาจทำให้คนดู คนฟัง ถามกลับว่า ... “แล้วตกลงรัฐบาล (มึง) กำลังแก้ปัญหา หรือ (มึง) กำลังทะเลาะกับคนที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลกันวะ?!”

น่าเสียดายจริงๆ...รัฐบาลเพิ่งเปลี่ยนตัวโฆษกฯ คนก็ย่อมคาดหวังว่า การสื่อสารจะดีขึ้น จะคมขึ้น จะมืออาชีพขึ้น

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ
แต่พอเปิดเกมมากลับกลายเป็นว่า...นายกฯพูดแรง —ปลัดเก่งวิจารณ์ —โฆษกรัฐบาลขุดคลิปเก่ามาสวนปลัดเก่ง

สุดท้ายประชาชนไม่ได้คำตอบเลยว่า “นายอำเภอบ้านสร้างทำอะไรผิดกันแน่?”

แต่กลับได้คำถามใหม่ว่า “ตกลงใครพูดแรงกว่ากัน?”

ก็เลยอยากฝากถึง โฆษกรัฐบาลไว้ตรงนี้เลยว่า... โฆษกรัฐบาลไม่จำเป็นต้องชนะทุกไฟต์ แต่ต้องทำให้ รัฐบาลดูเป็นผู้ใหญ่ กว่าคนที่กำลังวิจารณ์รัฐบาล

เพราะถ้าสุดท้ายโฆษกรัฐบาลลงไปเล่นเกม “มึงก็เคยทำ” หรือ “ถ้ากูชั่ว มึงก็เลว” กับคนที่วิจารณ์รัฐบาล มันก็อาจไม่ใช่การแก้ภาพลักษณ์ให้นายกฯ

แต่มันอาจกลายเป็นว่า…ยิ่งพูด ยิ่งเปิดแผล ยิ่งแก้ ยิ่งกลายเป็นเรื่อง!

สุดท้ายของสุดท้าย ขอฝากไว้ให้คิด...นี่หรือฝีมือโฆษกรัฐบาลคนใหม่?...แต่ถ้าไม่คิดก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่ากัน !!