xs
xsm
sm
md
lg

อดีตพ่อเมืองกาญจน์โพสต์ครั้งที่ 2 สื่อถึง “อนุทิน” ขอทบทวนย้าย นอภ.บ้านสร้าง ชี้ควรหาข้อมูลรอบด้านก่อนฟันธง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาญจนบุรี - อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรี โพสต์เฟซบุ๊กครั้งที่ 2 ชี้แจงปมเปรียบเปรย “หงษ์เป็นเหี้ย หรือเหี้ยเป็นหงษ์” ยืนยันไม่ได้เจาะจงว่าใคร พร้อมสื่อถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขอทบทวนคำสั่งย้าย “เสฏฐวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ระบุควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ใช่รับข้อมูลจากคนกลุ่มเดียว หวั่นข้าราชการดีๆ สูญเสียกำลังใจ

กรณีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ 5 ปีซ้อน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jirakiat Bhumisawasdi” ระบุว่า “น่าแปลก เกิดอะไรขึ้นกับการบริหารบ้านเมือง หงษ์กลายเป็นเหี้ย เหี้ยกลายเป็นหงษ์ เลอะเทอะมาก” จนถูกนำไปเชื่อมโยงกับกรณีคำสั่งให้ นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ถึง 5 พ.ย. 2569

ล่าสุด นายจีระเกียรติได้โพสต์ข้อความชี้แจงอีกครั้งว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่นำข้อความก่อนหน้านี้ไปเผยแพร่ พร้อมยืนยันว่า การใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยดังกล่าวมีเจตนาเพื่อให้ผู้มีอำนาจหันมาสนใจและนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ตนได้สื่อสารกับนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยต้องการขอให้ทบทวนว่า นายอำเภอบ้านสร้าง “เป็นคนเลวทรามขนาดตามที่ได้ข้อมูลหรือไม่” พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ใช่รับฟังเพียงข้อมูลจากบุคคลหรือกลุ่มคนรอบข้างที่อาจสนับสนุนหรือเห็นพ้องกันเอง

อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรียังระบุว่า ตนเคยเป็นข้าราชการที่ถูกนักการเมืองกลั่นแกล้งจนต้องออกจากราชการ และใช้เวลานานถึง 5 ปีในการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ก่อนจะได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าใจความรู้สึกของข้าราชการที่ถูกผู้มีอำนาจตัดสินโดยไม่มีโอกาสชี้แจง โดยมองว่ากรณีนายอำเภอบ้านสร้างทำให้ย้อนนึกถึงประสบการณ์ดังกล่าว พร้อมวิงวอนนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนและให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการที่ตั้งใจทำงาน

นายจีระเกียรติยังยืนยันว่า ปัจจุบันมีความสุขกับการใช้ชีวิตและดูแลสุนัข แมว และหลาน ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือแสงจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ และระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองในครอบครัวว่า หลานชายเป็น สส.มหาสารคาม สังกัดพรรคของนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าจุดประสงค์สำคัญคือไม่ต้องการให้ข้าราชการที่ทำงานดีสูญเสียกำลังใจ

ทั้งนี้ นายเสฏฐวุฒิให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และยืนยันว่าที่ผ่านมาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่าไม่กังวลหากมีการตรวจสอบการทำงานย้อนหลัง ขณะที่อธิบดีกรมการปกครองชี้แจงว่า การให้ช่วยราชการเป็นการประเมินประสิทธิภาพการทำงานในช่วงวิกฤต และต้องการให้มีผู้ที่พร้อมทำงานและรู้พื้นที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยผลการตรวจสอบหรือพิจารณาทางวินัยยังต้องติดตามต่อไป