ป.ป.ช. เผย อินโดนีเซียรวบ“เผ่าเผด็จ”อดีตผู้บริหารปตท.สผ.ผู้ต้องหาคดีสินบนโรลส์-รอยซ์คุมตัวกลับถึงไทยคืนนี้ก่อนส่งศาล
วันนี้(8ต.ค.)นายนิติพันธุ์ประจวบเหมาะเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.เปิดเผยถึงการติดตามตัวนายเผ่าเผด็จวรบุตรอดีตผู้บริหารบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำกัด(มหาชน)ผู้ถูกกล่าวหาคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและประกาศตำรวจสากลสีแดง(INTERPOLRedNotice)โดยคณะผู้แทนของสำนักงานป.ป.ช.ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศเจ้าหน้าที่ของสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษพร้อมผู้แทนกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินทางไปรับตัวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าวจากประเทศอินโดนีเซียกลับถึงประเทศไทยในคืนนี้เพื่อควบคุมตัวไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป
.
คดีสินบนโรลส์-รอยซ์เป็นคดีสินบนข้ามชาติสำคัญที่สืบเนื่องมาจากการเริ่มดำเนินคดีกับฝั่งบริษัทเอกชนโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา(DOJ)จนกระทั่งคณะกรรมการป.ป.ช.ได้ไต่สวนจนพบพยานหลักฐานถึงเจ้าพนักงานของรัฐไทยและมติให้ดำเนินคดีกับนายเผ่าเผด็จวรบุตรซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่สายงานพื้นที่นอกชายฝั่ง(TOA)และรองผู้จัดการใหญ่โครงการร่วมทุนและโครงการพื้นที่บนฝั่งไทยบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำกัด(มหาชน)ว่ามีพฤติการณ์ที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทโรลส์-รอยซ์เอ็นเนอร์จีซิสเต็มได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับบริษัทปตท.สผ.ในการจัดซื้ออุปกรณ์FeedGasTurbineCompressorสำหรับโครงการแท่นผลิตแหล่งอาทิตย์(ProjectPTTArthit)และเรียกรับทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสินบนจากบริษัทโรลส์-รอยซ์ฯผ่านทางบริษัทตัวแทนในประเทศไทยรวมจำนวนเงินสินบนทั้งสิ้น300,543ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณเป็นเงินไทยในขณะนั้นเป็นจำนวนสิบล้านบาทเศษโดยปรากฎว่าในระหว่างการดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศมาเลเซียและได้เดินทางต่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย
โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ได้พยายามติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้โดยขอความร่วมมือจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศมาเลเซีย (Malaysian Anti-Corruption Commission: MACC) หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศอินโดนีเซีย (Komisi Pemberantasan Korupsi: KPK) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอินโดนีเซีย (Directorate General of Immigration) เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหา และจากการประสานงานและแบ่งปันข้อมูลโดยทางการข่าวทำให้ทางการอินโดนีเซียสามารถควบคุมตัว นายเผ่าเผด็จฯ ได้สำเร็จ
.
อย่างไรก็ตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

