xs
xsm
sm
md
lg

แฉปมเหตุ เด้งนายอำเภอบ้านสร้าง! ขวางกลุ่มทุนจีนฮุบที่บ่อกุ้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เด้งนายอำเภอบ้านสร้างมีเงื่อนงำ! สะพัดปมขวางกลุ่มทุนจีนฮุบที่ดินบ่อกุ้งร้างสร้างโรงงานขยะอุตสาหกรรม คำถามดังถึงนายกรัฐมนตรีว่ารู้เห็นเบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่

คำสั่งเด้งนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อาจมีเงื่อนงำลึกกว่าเรื่องไม่สนองงานแก้น้ำท่วม เมื่อมีข้อกล่าวอ้างถึงความขัดแย้งเรื่องกว้านซื้อที่ดินบ่อกุ้งร้าง ปูทางทุนจีนตั้งโรงงานรีไซเคิลและบ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม คำถามสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีรู้เรื่องนี้มากน้อยเพียงใด?

กรณี “วีระพันธ์ ดีอ่อน” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ลงนามเสนอให้ย้าย “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนเกษียณ ก่อนมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการส่วนกลาง มีผลวันที่ 7 ตุลาคม กลายเป็นประเด็นร้อนที่ต้องตรวจสอบมากกว่าเหตุผลทางราชการ

เพราะเบื้องหลังความขัดแย้งครั้งนี้ มีข้อมูลจากแหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า ชนวนเหตุที่แท้จริงอาจไม่ใช่เรื่องน้ำท่วมหรือการไม่ไปร่วมงานเกษียณ แต่เป็นการขัดขวางผลประโยชน์จากที่ดินในอำเภอบ้านสร้าง

ข้อมูลดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่การกว้านซื้อบ่อกุ้งและบ่อปลาร้าง ซึ่งมีราคาถูกและบางแห่งมีพื้นที่กว่า 10 ไร่ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นโรงงานรีไซเคิล โรงงานอุตสาหกรรม และพื้นที่ฝังกลบขยะ โดยกล่าวหาว่าอดีตผู้ว่าฯ อาจมีบทบาทเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจีน ขณะที่นายอำเภอบ้านสร้างไม่ยอมให้ความร่วมมือในการจัดหาที่ดิน จนเกิดความขัดแย้งกับฝ่ายจังหวัด

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อสงสัยถึงบทบาทของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งที่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดหาที่ดิน รวมถึงโครงการถนนสาย 5050 ขนาด 4 เลน ว่ามีความเชื่อมโยงกับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมหรือขยะเข้าสู่พื้นที่หรือไม่

เพราะบ้านสร้างไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่ารอการพัฒนา แต่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของปราจีนบุรี หากมีการเปลี่ยนบ่อกุ้งร้างเป็นแหล่งฝังกลบขยะอุตสาหกรรมจริง ผลกระทบอาจลุกลามถึงพื้นที่เพาะปลูก แหล่งน้ำ และชุมชนใกล้เคียง ทั้งโคกปีบและประจันตคาม

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงบงานกาชาดและการแก้ปัญหาน้ำท่วมของฝ่ายจังหวัดด้วย

ที่น่าจับตาคือ ท่าทีของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกมาตำหนิการทำงานของนายอำเภอบ้านสร้างอย่างรุนแรง

ขณะที่ “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งข้อสังเกตต่อคำสั่งโยกย้ายและเรียกร้องความเป็นธรรม

คำถามจึงย้อนกลับไปถึงนายกฯ อนุทินว่า ก่อนรับรายงานความบกพร่องของนายอำเภอ ได้รับทราบข้อกล่าวหาเรื่องการกว้านซื้อที่ดินและผลประโยชน์ทุนจีนแล้วหรือไม่?

หากนายอำเภอบกพร่องจริง ต้องเปิดหลักฐานให้สังคมเห็น แต่หากมีผู้ใช้อำนาจราชการเพื่อผลประโยชน์ด้านที่ดิน ก็ต้องตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเช่นกัน

เพราะเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่การเด้งนายอำเภอหนึ่งคน แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า กระทรวงมหาดไทยจะตรวจสอบความขัดแย้งระหว่างอำนาจรัฐกับผลประโยชน์เอกชนอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่

อีกหนึ่งปมที่ต้องตั้งคำถามคือ การย้ายฟ้าผ่านายอำเภอบ้านสร้าง เป็นผลจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่จริง หรือมีเรื่องสายสัมพันธ์และสีทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง?

ทั้งที่มีเสียงจากประชาชนในพื้นที่ออกมาปกป้องการทำงานของนายอำเภอ แต่กลับถูกเสนอให้ย้ายในวันสุดท้ายก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดเกษียณอายุราชการ

ยิ่งเมื่อมีข้อกล่าวอ้างถึงความขัดแย้งเรื่องการกว้านซื้อบ่อกุ้งร้าง เพื่อเปิดทางกลุ่มทุนจีนตั้งโรงงานรีไซเคิลและบ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม โดยนายอำเภอถูกระบุว่าไม่ยอมให้ความร่วมมือ ยิ่งทำให้คำสั่งย้ายครั้งนี้มีคำถามที่ต้องตรวจสอบ

หรือความผิดของนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ใช่การไม่ทำงาน แต่เป็นการไม่ยอมทำงานตามความต้องการของใครบางคน?

เรื่องนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องตอบให้ชัดว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายแล้วหรือยัง และมีการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ที่ดินควบคู่กันไปหรือไม่

จึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า นายอำเภอบ้านสร้างถูกย้ายเพราะทำงานบกพร่อง หรือเพราะการทำงานของเขาไปขัดผลประโยชน์ของใคร?