xs
xsm
sm
md
lg

'อนุทิน' ลุอำนาจ ระบายอารมณ์ เด้ง นอภ.บ้านสร้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เด้งฟ้าผ่านายอำเภอบ้านสร้างสังเวยปัญหาน้ำท่วม กระแสตีกลับซัดอนุทินใช้อำนาจระบายอารมณ์ หาแพะกลบวิกฤตศรัทธารัฐบาลแทนการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

คำสั่งย้าย 'เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ' นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง แทนที่จะยุติปัญหาความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการน้ำท่วม กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้แรงกดดันทางการเมืองย้อนกลับไปหา 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสียเอง

ทั้งนี้ เป็นเพราะเมื่อรัฐบาลต้องการชี้ให้เห็นว่ามีคนทำงานพลาดและต้องรับผิดชอบ คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วเหตุใดคนที่ถูกเลือกให้รับผิดชอบในทันทีจึงกลายเป็นนายอำเภอเพียงคนเดียว ทั้งที่วิกฤตน้ำท่วมเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกลไกรัฐหลายระดับ

เบื้องหลังของคำสั่งโยกย้ายที่ลงนามโดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองนั้น ถูกนำมาเชื่อมโยงกับปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงอุทกภัย โดยมีรายงานในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. ว่านายเสฏฐวุฒิถูกตำหนิเรื่องความกระตือรือร้นและความทุ่มเทในการทำงาน รวมถึงการดำเนินภารกิจที่ถูกมองว่าล่าช้า และการประสานงานเพื่ออพยพประชาชนที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ

เรื่องนี้สอดรับกับท่าทีของนายอนุทินในฐานะประธานการประชุม บกปภ.ช. ซึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วยถ้อยรุนแรงที่ว่า เป็นสิ่งที่น่าอับอายน่าละอายอย่างมาก ที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในระบบราชการของเรา แต่การโยกย้ายครั้งนี้กลับก่อให้เกิดกระแสตีกลับมาที่ตัวนายกฯเองอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหลายฝ่ายต่างออกมายืนยันนายอำเภอรายนี้ได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง แต่กลับถูกสั่งย้าย

โดยเฉพาะการออกมาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นว่า "ประหลาดใจและไม่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า นายอำเภอที่เคยได้รับการยกย่องว่าทำงานร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน (เมื่อปี 2566 -ถ้าจำไม่ผิด ) จะเป็นอย่างที่ถูกตำหนิเช่นนี้ ต้องมีอะไรคลาดเคลื่อนแน่นอน ผมในฐานะคนนอกที่เชื่อมั่นอยู่เสมอว่าน้องๆนายอำเภอ และคนมหาดไทยทุกคน ยามที่พี่น้องประชาชนมีความทุกข์จากสาธารณภัยใดๆ ไม่มีวันที่พวกเราจะทอดทิ้งประชาชนแน่"

อีกทั้ง ก่อนที่จะมีการโยกย้ายในครั้งนี้ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เคยทำหนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ในวันสุดท้ายของการทำงานก่อนเกษียณ ถึงอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้พิจารณาย้ายนายเสฏฐวุฒิ โดยอ้างว่าไม่ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย ซึ่งเอาเข้าจริงนายวีระพันธ์ เองก็เคยมีกรณีที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการแต่งตั้งชาวจีนเป็นที่ปรึกษา ก่อนที่จะต้องยกเลิกในเวลาต่อมา

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้พอจะปะติดปะต่อได้ว่าการโยกย้ายครั้งนี้อาจมีเหตุผลทางการเมืองเป็นสำคัญมากกว่าเพื่อประโยชน์ในการทำงานของทางราชการ และนำไปสู่การตั้งคำถามว่า ในเมื่อหลายจังหวัดก็น้ำท่วมเหมือนกัน แต่ทำไมกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีการย้ายผู้บริหารระดับสูง

เมื่อมองในบริบทของการเมืองแล้ว พอจะเห็นได้ว่าการโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้างนั้นเป็นเรื่องของการรองรับอารมณ์ของนายกฯ ภายหลังรัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาอย่างหนักนับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ จนมาถึงสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจังหวัดปราจีนบุรีกำลังเผชิญสิ่งที่เรียกได้ว่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต” เพราะนอกจากน้ำจำนวนมหาศาลแล้ว ยังเกิดความกังวลเรื่องคราบน้ำมันและสารปนเปื้อนจากพื้นที่อุตสาหกรรม โดยกรมอนามัยเคยเตือนถึงความเสี่ยงจากน้ำที่อาจชะล้างสารเคมีและของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่ รวมทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีมาตรการสั่งโรงงานบางแห่งหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อจัดการปัญหา

ดังนั้น เมื่อเสียงวิจารณ์ดังขึ้น นายกฯเองก็ต้องหาใครสักคนมาเป็นแพะ ส่งผลให้หวยจึงออกไปที่นายอำเภอบ้านสร้าง พร้อมกับการกล่าวตำหนิรุนแรงกลางที่ประชุมที่นายกฯเป็นประธาน เรียกได้ว่าเป็นการเล่นใหญ่เกินเบอร์เพื่อกลบความผิดพลาดของรัฐบาล

ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้อาจต้องทำใจให้ชินมากขึ้น เพราะตราบใดระบอบสีน้ำเงินยังครอบงำอยู่เช่นนี้ การโยกย้ายด้วยอารมณ์ย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนในกระทรวง