ผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านสาธารณสุขของรัสเซียเมื่อวันพุธ(7ต.ค.) ยืนยันไม่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคระบาดใหญ่ในไซบีเรีย หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่สถาบันด้านกาฬโรคแห่งหนึ่งเสียชีวิต ท่ามกลางข่าวที่ว่าเชื้อกาฬโรคหลุดจากแล็บวิจัยหลังหลอดทดลองแตก เหตุการณ์ที่กระตุ้นให้องค์การอนามัยโลกพยาบาลกดดันมอสโก ร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตายของเจ้าหน้าที่หญิงรายดังกล่าว
เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการวิจัยวัย 28 ปี เสียชีวิตในวันศุกร์ที่แล้ว ด้วยโรคปอดอักเสบที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เคสที่โหมกระพือความกังวลแก่นานาชาติ ในนั้นรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และกระตุ้นให้เบื้องต้นต้องมีการกักโรคผู้ที่เกี่ยวข้องราวๆ 200 ราย
อย่างไรก็ตามทาง Rospotrebnadzor หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขของรัสเซีย ระบุในถ้อยแถลงว่าพวกเขากำลังทยอยยกเลิกมาตรการป้องกันที่นำมาใช้ หลังจากได้ข้อสรุปว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดใหญ่ และได้แบ่งปันข้อมูลล่าสุดนี้กับองค์การอนามัยโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่พบผู้ติดเชื้อรายอื่นใดๆ ในบรรดาบุคคลที่สัมผัสกับ ดาร์ยา ชิพิโลวา เจ้าหน้าที่รายที่เสียชีวิต และเวลานี้ 90% ของกลุ่มคนที่อยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรค ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว หลังจากผลตรวจแล็บเกือบ 5,000 ครั้ง ไม่พบเชื้อก่อโรคที่เป็นอันตรายใดๆ
ถ้อยแถลงระบุว่า ชิพิโลวา ได้รับวัคซีน เพราะฉะนั้นเธอจึงมีภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อโรคอันตรายที่เธอกำลังศึกษาวิจัยอยู่ อย่างไรก็ตามทาง Rospotrebnadzor ไม่ได้บอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของการป่วยเป็นโรคปลอดอักเสบที่คร่าชีวิตเธอ หรือว่าเธอล้มป่วยได้อย่างไร
ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ในวันพุธ(7ต.ค.) ว่าองค์กรของเขาอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากรัสเซีย เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"องค์การอนามัยโลกได้ขอข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อความกระจ่างของสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรง เชื้อก่อโรคที่เป็นต้นเหตุให้มีการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุข เช่นเดียวกับรายงานข่าวของสื่อมวลชนที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รายที่ 2 ที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน" เขากล่าว
"การแบ่งปันข้อมูลที่ทันท่วงที ครบถ้วน และโปร่งใส ภายใต้ข้อบังคับด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้ความกระจ่างในรายงานที่ขัดแย้งกัน และช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ" ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกระบุ
วังเครมลินบอกว่ารัสเซียได้แจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวให้องค์การอนามัยโลกทราบอย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
เมื่อถุกถามเกี่ยวกับคำร้องขององค์การอนามัยโลก ที่ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานข่าวที่กล่าวอ้างว่ามีผู้ป่วยรายที่ 2 ในไซบีเรีย ทาง ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกวังเครมลิน เตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการนำรายงานข่าวจากสื่อมวลชนมาใช้อ้างอิงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น "มันเป็นเรื่องใหญ่ในหน้าข่าวของสื่อมวลชน แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ที่สื่อนำเสนอเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เป็นข้อมูลเท็จ"
นอกจากนี้แล้วเขาแนะนำให้สื่อมวลชนและคนอื่นๆ พึ่งพิงข้อมูลจากคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านสาธารณสุขเท่านั้น และไม่ตอบคำถามของรอยเตอร์ส เกี่ยวกับคำร้องขอจากองค์การอนามัยโลก
สื่อตะวันตกบางสำนักรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจาก "สื่อรัสเซีย" ที่ไม่ระบุสำนัก อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ในไซบีเรีย พร้อมบอกว่าพวกเขาเสียชีวิตด้วยโรคกาฬโรค อย่างไรก็ตามรอยเตอร์สเอง ไม่พบเรื่องราวดังกล่าวในสื่อมวลชนรัสเซียหรือพบหลักฐานใดๆที่บ่งชี้ว่ามีบุคคลรายที่ 2 เสียชีวิตในไซบีเรีย แม้คำกล่าวอ้างดังกล่าวจากบล็อกเกอร์บางคนบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐานใดๆ
เสียงเรียกร้องของทีโดรส เป็นท่าทีเดียวกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่บอกเช่นกันว่า มอสโกจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้
อนึ่งโรคปอดอักเสบ ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ปอดนั้น อาจมีสาเหตุได้หลากหลาย รวมถึงโรคกาฬโรค ตลอดจนการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

