xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์” ไฟเขียวประหารยิงเป้าครั้งแรกนับตั้งแต่ WW2 “อดีตพันตรีกราดยิง” 13 ทหารอเมริกันดับใน “ค่ายฟอร์ท ฮูด” ปี 2009

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าพันตรีอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ นิดาล มาลิค ฮาซาน (Nidal Malik Hasan) หลังก่อคดีกราดยิงที่ฐานทัพฟอร์ท ฮูด (Fort Hood) รัฐเทกซัส เมื่อปี 2009

บีบีซีของอังกฤษรายงานวันอังคาร(6 ต.ค)ว่า การอนุมัติเกิดขึ้นตามคำแนะนำของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ณอน พาร์เนลล์(Sean Parnell) กล่าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X

อดีตพันตรีกองทัพบกสหรัฐฯลงมือก่อเหตุสังหารไป 13 คนที่ค่ายฟอร์ต ฮูด (Fort Hood) ในปี 2009 ด้วยอาวุธปืนพกที่มาพร้อมเลเซอร์ช่วยเล็ง

ฮาซานซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ในภายหลังออกมาเปิดเผยว่า เขาทำไปเพื่อแก้แค้นต่อสงครามสหรัฐฯที่ทำในภูมิภาคตะวันออกกลางและปกป้องนักรบตอลีบานในอัฟกานิสถาน

พยานหลายปากได้ขึ้นให้การต่อศาลทหารในปี 2013 ว่า ฮาซานตะโกน “อัลลาฮู อักบาร์” หรือพระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุดในภาษาอารบิกระหว่างลงมือก่อเหตุสังหารทหารที่กำลังประจำการที่ไม่มีอาวุธ 12 นายและทหารเกษียณอายุอีก 1 นาย และบาดเจ็บอีก 32 คน

หากว่ามีการประหารด้วยการยิงเป้าจริงจะทำให้เขาเป็นทหารรายแรกที่ถูกยิงประหารยิงเป้านับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือในปี 1961 ที่พลทหาร จอห์น เบนเนตต์(John Bennett)โดนสั่งแขวนคอ

การยิงเป้าเป็นหนึ่งในไม่กี่รูปแบบของการประหารชีวิตที่ถูกเพิ่มเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้นอกเหนือจากวิธีประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าและวิธีการใช้แก๊สพิษ โดยรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับโทษร้ายแรงที่สุดสำหรับความผิดในคดีรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

การประหารชีวิตในกองทัพนั้นเป็นสิ่งน้อยมากที่จะเกิด และอีกทั้งคำสั่งการประหารชีวิตจากศาลทหารอาจจะไม่เกิดขึ้นเว้นแต่ได้รับการอนุมัติโดยประธานาธิบดีแล้ว

บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า กำหนดการยิงเป้า นิดาล มาลิค ฮาซานจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ธ.ค ที่กำลังจะถึง

ฮาซานซึ่งเคยเป็นทหารนักจิตวิทยากองทัพบกสหรัฐฯจากรัฐเวอร์จิเนียยอมรับสารภาพต่อศาลทหารว่า เขาเป็นมือปืนและได้ขออภัยต่อความผิดพลาดใดๆที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ในการขึ้นศาลเมื่อปี 2013 ฮาซานเปิดเผยว่า เขาเชื่อว่าเขากำลังปกป้องชาวมุสลิมและตอลีบานในอัฟกานิสถาน

การก่อเหตุยิงเมื่อวันที่ 5 พ.ย ปี 2009 นี้เป็นเหตุที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในฐานทัพสหรัฐฯ

ผู้ก่อเหตุลงมือที่อาคารการแพทย์ที่แน่นขนัดที่ทหารถูกส่งไปประจำการกำลังรอการตรวจสุขภาพและการรับวัคซีน