xs
xsm
sm
md
lg

ดรามานายอำเภอบ้านสร้าง ถูกนายกฯ หนูด่าโชว์ ก่อนสั่งเด้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้มีเรื่องดรามา พร้อมภาพที่มันย้อนแย้งจนชาวบ้านชาวเมืองเขาถามกันให้แซดว่า...ตกลงคนที่ไม่ทำงานคือใครกันแน่ ?!
เรื่องเกิดจากเมื่อเช้าวันนี้ (7 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พูดกลางที่ประชุมเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ถึง “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี

นายกฯบอกว่าได้รับรายงานจากฝ่ายจังหวัดว่า นายอำเภอบ้านสร้างไม่ให้ความร่วมมือ ไม่กระตือรือร้น ไม่ทุ่มเทกับการทำงาน ถึงขั้นพูดว่า “น่าอับอายมาก”!

และมีการสั่งให้ตรวจสอบทั้งเรื่องวินัย และทัศนคติ ถ้าพบว่าบกพร่องร้ายแรง ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในระบบราชการอีกต่อไป
แล้วเกิดอะไรขึ้น ?

วันที่ 6 ตุลาคม อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งให้ “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ วิทยาลัยการปกครอง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569


พูดง่ายๆคือ เป็นการย้ายออกจากพื้นที่ทันที

แต่คำสั่งนี้ ยังไม่ใช่การลงโทษทางวินัย เป็นคำสั่งให้ช่วยราชการ ส่วนเรื่องวินัยและทัศนคติ เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ต้องตรวจสอบกันต่อไป

เมื่อคำสั่งออกมาและสิ่งที่นายกฯพูดเป็นข่าวเผยแพร่ออกไป คนในโลกออนไลน์จำนวนไม่น้อยก็ถามว่า

“แล้วนายอำเภอคนนี้เขาไม่ทำงานตรงไหน?”

เพราะถ้าไปดูประวัติของนายอำเภอคนนี้ จะพบว่าเขาไม่ใช่คนที่เพิ่งเป็นนายอำเภอ แล้วมานั่งเก้าอี้ที่บ้านสร้างเมื่อวานนี้
“เสฏฐวุฒิ” เป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ก่อนหน้านี้เคยเป็น นายอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จากนั้นย้ายมาเป็น นายอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทราและมีข้อมูลว่า ระหว่างอยู่คลองเขื่อน ก็มีผลงานด้านสาธารณสุข และการจัดระบบวัคซีนในพื้นที่

กระทั่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้มารักษาราชการในตำแหน่ง นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา

อยู่บ้านสร้างมาถึงวันนี้ ก็กว่า 4 ปีเข้าไปแล้ว

ตลอดช่วงเวลาที่มาเป็นนายอำเภอบ้านสร้าง เขาใช้โซเชียลมีเดีย สื่อสารการทำงานกับประชาชนค่อนข้างมาก มีผู้ติดตามเฟซบุ๊กส่วนตัวกว่า 170,000 คน

แล้วในช่วงน้ำท่วมล่าสุดนี้

วันที่ 4 ตุลาคม ที่นายกฯ และบรรดารัฐมนตรี ยกขบวนกันไปบุรีรัมย์ เพื่ออวยพรวันเกิด “เนวิน ชิดชอบ” นายอำเภอบ้านสร้าง ยังลงพื้นที่น้ำท่วม นำอาหาร น้ำดื่มไปแจก และจัดรถยกสูงเข้าไปรับส่งประชาชน อยู่เลย


วันที่ 5 ตุลาคม ก็ลงพื้นที่บางแตน บางกระเบา ตรวจเยี่ยมกลุ่มเปราะบาง และศูนย์พักพิง พร้อมนำน้ำดื่มไปให้ประชาชน

วันที่ 6 ตุลาคม ยังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย และช่วงกลางคืน ยังได้รับแจ้งว่ามีประชาชนถูกสัตว์มีพิษกัด แต่ไปโรงพยาบาลไม่ได้เพราะน้ำสูง เจ้าตัวก็ขึ้นเรือเข้าไปรับ และนำส่งโรงพยาบาล

นี่คือข้อมูล ที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเขาในช่วงก่อนถูกย้าย

ดรามาจึงเกิดว่า ถ้าคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่า “ไม่ทำงาน” แต่ภาพ และข้อมูลการทำงานที่ประชาชนเห็น กลับเป็นภาพนายอำเภอลงพื้นที่น้ำท่วมแทบทุกวัน

สองข้อมูลนี้มันย้อนแย้ง แต่คนนอกอย่าเพิ่งไปตัดสินว่า นายอำเภอถูก หรือผิด เพราะนายกฯบอกว่า มีรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ตรงนี้ก็ต้องให้กระบวนการสอบสวน พิสูจน์กันไป

แต่ในทางกลับกัน ถ้ารัฐบาลจะลงโทษข้าราชการคนหนึ่งเพราะ “ไม่ทำงาน” รัฐบาลก็ต้องตอบประชาชนให้ได้เหมือนกันว่า ไม่ทำงานอย่างไร ไม่ทำงานวันไหน งานอะไรที่สั่งไปแล้วไม่ปฏิบัติ ไม่ประสานการอพยพตรงไหน มีประชาชนคนไหน ได้รับความเสียหายจากความบกพร่องนั้น ต้องว่ามาให้ชัด

และที่สำคัญ ทำไมภาพที่ประชาชนในพื้นที่เห็น กับรายงานที่ผู้บังคับบัญชาเห็น จึงแตกต่างกันขนาดนี้ !

ถ้าสอบแล้วพบว่านายอำเภอผิดจริง ก็ต้องรับผิด ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ

แต่ถ้าสอบแล้วพบว่าเขาปฏิบัติหน้าที่จริง เพียงแต่การสื่อสารระหว่างหน่วยงานมีปัญหา หรือรายงานที่ขึ้นไปถึงส่วนกลางไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่

คนที่ต้องรับผิดชอบก็ต้องไม่ใช่แค่คนที่ถูกย้าย แต่ต้องหาว่าข้อมูลมันผิดพลาดที่ตรงไหนด้วย เพราะไม่อย่างนั้นระบบราชการ จะกลายเป็นระบบที่ว่า ใครอยู่หน้างาน ลุยน้ำ ขึ้นเรือไปช่วยชาวบ้าน คนนั้นกลับเป็นคนที่ถูกตั้งคำถาม

ส่วนคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะ แล้วรับรายงาน กลับไม่ต้องตอบอะไร

และเรื่องนี้ ยิ่งถูกนำไปโยงกับวันที่ 4 ตุลาคม เพราะวันนั้นนายอนุทิน พร้อมรัฐมนตรีหลายคน เดินทางไปบุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับวันเกิดครบ 68 ปี ของนายเนวิน ชิดชอบ


แม้จะมีการประชุมรับมือน้ำท่วมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากบุรีรัมย์ และมีการลงพื้นที่ปราจีนบุรีต่อในภายหลัง แต่ภาพนายกฯ และคณะไปร่วมงานวันเกิด ในวันที่หลายจังหวัดกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ก็กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองทันที

จึงอยากทิ้งท้ายเอาไว้แค่นี้ว่า ข้าราชการตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ถ้าทำผิด ก็ต้องสอบ แต่รัฐบาลเองก็ต้องถูกตรวจสอบเหมือนกัน
นายอำเภอบ้านสร้าง อาจผิดจริงก็ได้ หรืออาจมีบางอย่างที่ประชาชนยังไม่รู้ก็ได้

แต่วันนี้สิ่งที่คนทั่วไปเขาเห็น คือ คนหนึ่งกำลังถูกสอบ เพราะถูกกล่าวหาว่าไม่ลงไปทำงาน ขณะที่ภาพที่เผยแพร่สู่สาธารณะ กลับเป็นภาพของเขาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านในน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่ขอให้เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาวางบนโต๊ะ เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นแค่ “ใครถูกย้าย”

ประชาชนอยากรู้มากกว่านั้น ว่า “ใครพูดความจริง” และถ้าคำสั่งย้ายครั้งนี้ถูกต้อง ก็ต้องอธิบายให้ชัด

แต่ถ้ามันไม่ถูกต้อง ก็ต้องกล้าที่จะถามกลับไปเหมือนกันว่า แล้วใครจะรับผิดชอบกับชีวิตและความรู้สึกของข้าราชการคนหนึ่ง ที่ถูกตราหน้าต่อหน้าสังคม?

นี่แหละเรื่องของ นายอำเภอบ้านสร้าง ที่วันนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วม แต่มันกำลังกลายเป็นคำถามใหญ่ เรื่อง
“ระบบราชการไทย ใครเป็นคนเห็นความจริงจากหน้างาน และใครเป็นคนเขียนความจริงส่งขึ้นไปข้างบน?”