xs
xsm
sm
md
lg

เดือดกลางวงสัมภาษณ์! “ทันกวินท์” โผล่สภา ร้องสอบ “อรรถวิชช์” แอบอ้างโครงการแก้มลิงโจมตี กทม. เจอทีมงาน สส.- ชาวคู้บอนโต้กลับเดือด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ทันกวินท์” เข้าสภา ร้องสอบจริยธรรม “อรรถวิชช์” กล่าวหาแอบอ้างโครงการแก้มลิงคู้บอน โจมตี กทม. ชี้ ไม่มีอยู่จริง-พูดโกหก หวังผลการเมือง เจอทีมงาน สส.- ภาคประชาชนคู้บอน เข้าโต้เดือด ย้ำ ไม่เคยอ้างเป็นโครงการพระราชดำริ

วันนี้ (7 ต.ค.) ที่อาคารรัฐสภา นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ที่ปรึกษาและนักวิชาการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยื่นหนังสือร้องเรียนจริยธรรม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กรณีนำเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “แก้มลิง” มากล่าวอ้างเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของ กทม. โดยมองว่า เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

นายทันกวินท์ กล่าวว่า การนำเรื่องโครงการแก้มลิงมากล่าวอ้างและโจมตี กทม.ว่า มีการตัดพื้นที่ทางน้ำไหล (Floodway) ออกจากผังเมืองนั้น เป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จากการตรวจสอบกับคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พบว่า โครงการแก้มลิงในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเพียงโครงการคลองมหาชัยและคลองสนามชัย ที่เขตบางขุนเทียนเท่านั้น ไม่มีโครงการแก้มลิงบึงคู้บอนตามที่ถูกอ้างถึง

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบร่างพระราชกฤษฎีกา ปี 2565 พบว่า ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่บางขุนเทียน-ภาษีเจริญ ขณะที่ผังเมืองรวม กทม. ปี 2556 ที่ยังคงบังคับใช้ในปัจจุบัน ก็ไม่มีการกำหนดพื้นที่บึงคู้บอนแต่อย่างใด สิ่งที่มีอยู่ คือ “บึงหนองบอน” ซึ่ง กทม.ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริแก้มลิงมาดำเนินการสร้างอุโมงค์สูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ประชาชนแล้ว

นายทันกวินท์ ระบุเพิ่มเติมว่า การน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ต้องตั้งอยู่บนความมีเหตุผล ความพอประมาณ และเงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม การกล่าวอ้างข้อมูลโดยไม่มีเงื่อนไขความรู้ที่ถูกต้อง ถือเป็นความรับผิดชอบของ นายอรรถวิชช์ โดยตรง


อย่างไรก็ตาม ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทีมงานนายอรรถวิชช์ ซึ่งยืนฟังการให้สัมภาษณ์อยู่ ได้เข้ามาสอบถามถึงผลงานวิจัยของ ดร.ทันกวินท์ ว่า เคยตีพิมพ์หรือไม่ พร้อมโต้แย้งว่า การกระทำของ นายอรรถวิชช์ ไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างแน่นอน เนื่องจากมีเอกสารอ้างอิงที่ถูกต้อง และการลงพื้นที่เป็นการไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงประเด็นการใช้คำว่าโครงการพระราชดำริ โดยระบุว่า สิ่งที่ผลักดันในพื้นที่บึงคู้บอน คือ “”แนวทางตามพระราชดำริ” ไม่ใช่โครงการตามพระราชดำริ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า การที่ สส. หรือนักการเมืองลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังเน่าเสีย แล้วถูกร้องเรียนจริยธรรม ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ พรรครวมไทยสร้างชาติทำงานบนหลักฐาน ความเป็นจริง และความยุติธรรม

จากนั้น น.ส.ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ โฆษกพรรคไทยภักดี ยืนยันว่า วันนี้มาในฐานะตัวแทนของประชาชนคน กทม.ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวา และเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมจริงมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งพื้นที่คลองคันนายาว คลองสามวา และบริเวณใกล้เคียงบึงรับน้ำคู้บอน มีประชาชนที่กำลังทนทุกข์จากน้ำท่วมขัง บางครัวเรือนและร้านค้าไม่สามารถประกอบอาชีพได้มาเกือบสองสัปดาห์แล้ว

พร้อมย้ำว่า ตนไม่เคยกล่าวอ้างว่าบึงคู้บอนเป็นโครงการพระราชดำริ แต่บึงรับน้ำคู้บอนคือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการรองรับน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และยินดีให้ข้อมูลกับทุกพรรคการเมืองที่สนใจแก้ปัญหา

น.ส.ชวลักษณ์ กล่าวว่า ตรงพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอน ไม่ใช่แค่กั้นน้ำให้รองรับน้ำให้คนคันนายาว คลองสามวา เท่านั้น แต่เรายังมีหน้าที่รับน้ำ ไม่ให้ไหลเข้าไปในพื้นที่ในเมืองด้วย ถ้าอย่างงั้นถือว่าบึงรับน้ำคู้บอน เป็นพื้นที่รับน้ำของคนกรุงเทพทั้งหมดหรือไม่ ซึ่ง ดร.ทันกวินท์ แย้งว่า แต่ไม่ใช่โครงการในพระราชดำริครับ ทำให้อีกฝ่ายโต้กลับว่า ไม่เคยพูดว่าเป็นโครงการในพระราชดำริ